คู่มือเข้าชื่อเสนอกฎหมายสำหรับประชาชน

คู่มือเข้าชื่อเสนอกฎหมายสำหรับประชาชน

เมื่อ 17 ก.ค. 2564
ไฟล์แนบขนาดไฟล์
คู่มือเข้าชื่อเสนอกฎหมายฉบับประชาชน.pdf9.11 MB
 
คู่มือเข้าชื่อเสนอกฎหมายสำหรับประชาชน 
 
เดิมทีขั้นตอนการเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยประชาชน ซับซ้อนยุ่งยาก ต้องใช้เอกสาร(ที่เป็นกระดาษ)หลายแผ่น การจะเสนอกฎหมายแต่ละฉบับได้ต้องใช้จำนวนผู้เข้าชื่อเยอะมาก แต่ตามกฎหมายที่ออกมาใหม่ (พ.ร.บ.เข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ.2564) การเสนอเข้าชื่อเสนอกฎหมายไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป  ขั้นตอนถูกปรับปรุงให้ง่ายมากขึ้น ลดภาระ สร้างความสะดวกให้กับประชาชนเท่าที่จะเป็นไปได้ในขณะนี้ 
 
ไอลอว์ อยากจะแบ่งปันวิธีปฏิบัติหรือเรื่องเล็กๆน้อยๆ (ที่ไม่มีอยู่ในกฎหมาย) ที่พวกเราได้ประสบพบเจอมาตลอดกระบวนการ ให้กลุ่มคนที่กำลังอยากจะใช้สิทธิรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอกฎหมาย ประหยัดแรงและเวลาลงได้บ้าง
 
 

 

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเข้าชื่อฯ 
 
> ไม่ใช่ทุกเรื่องที่จะเสนอได้  
กฎหมายกำหนดว่า ถ้าจะเสนอ ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย และหมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ในรัฐธรรมนูญ 2560 
 
หากเป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ก็จะต้องไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองและรูปแบบของรัฐ 
 
> จำนวนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย 
ร่างพ.ร.บ. ต้องไม่น้อยกว่า 10,000 รายชื่อ
ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ต้องไม่น้อยกว่า 50,000 รายชื่อ 
 
> คุณสมบัติของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย 
๐ ต้องเป็นคนไทยที่มีสิทธิเลือกตั้ง (อายุ 18 ปีขึ้นไป) ในวันที่เข้าชื่อฯ และไม่เป็นบุคคลต้องห้ามใช้สิทธิเลือกตั้ง
 
 
TIPS
1. ต้องอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นร่างต่อสภา หมายความว่า แม้ในวันที่เข้าชื่อจะมีอายุไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ แต่หากจะไปครบก่อนหรือในวันที่ยื่นร่างกฎหมาย ก็ถือว่ามีคุณสมบัติในการเข้าชื่อ
 
2. ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามใช้สิทธิเลือกตั้ง อันได้แก่ พระภิกษุ สามเณร นักพรต หรือ นักบวช, อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง, ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ นับวันที่เอารายชื่อยื่นต่อสภาเช่นเดียวกัน
 
เอกสารต้องมีอะไรบ้าง? 
๐ ร่างพ.ร.บ./ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ( สามารถเขียนเองได้หรือจะขอให้สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดทำให้ก็ได้) 
๐ บันทึกหลักการของร่างกฎหมาย
๐ บันทึกเหตุผลในการเสนอร่างกฎหมาย
๐ บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของร่างกฎหมาย
๐ หลักฐานการลงลายชื่อของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย 
๐ เอกสารในการนัดหมาย/แจ้งต่อสภาแต่ละครั้ง (ดาวน์โหลดหรือดูตัวอย่างได้ทางเว็บไซต์รัฐสภา)
 
ดาวโหลดหนังสือแจ้งความประสงค์ให้สำนักเลขาฯช่วยจัดทำร่างฯ ที่นี่ 
 
TIPS 
- เนื้อหาของร่างพ.ร.บ. เราสามารถเขียนเองได้ว่าต้องการให้มีเนื้อความว่าอย่างไร ต้องการแก้ไข หรือยกเลิกกฎหมายเดิมอย่างไร จะเขียนขึ้นใหม่ทั้งหมดเลยก็ได้ หรือถ้าติดปัญหาในการร่างกฎหมาย ตัวแทนสามารถทำหนังสือถึงสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ช่วยจัดทำร่างกฎหมายให้ก็ได้ 
 
 
ขั้นตอนการเข้าชื่อมีอะไรบ้าง? 
 
STEP 1 ริเริ่มการเข้าชื่อ
หลังจากจัดทำร่างพ.ร.บ. บันทึกหลักการและเหตุผล บันทึกวิเคราะห์สรุปหลักการสาระสำคัญเรียบร้อยแล้ว ตัวแทนของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายจะต้องนำส่งเอกสารให้กับทางสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพื่อแจ้งต่อประธานรัฐสภาเสียก่อน เสมือนเป็นการแจ้งไว้ก่อนว่ากำลังจะเสนอกฎหมายเข้ามา
 
โดยทางสำนักเลขาฯ มีแบบฟอร์มที่เรียกว่า ‘หนังสือขอเข้าพบประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นเรื่องริเริ่มเสนอร่างพระราชบัญญัติ’ ทางตัวแทนผู้เข้าชื่อจะต้องกรอกรายละเอียดและส่งเอกสารดังกล่าวไปยัง กลุ่มงานเข้าชื่อเสนอกฎหมาย สำนักการประชุม สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร  เพื่อนัดหมายวันและเวลาที่จะนำเอกสารไปยื่น 
 
ถ้าหากมีข้อสงสัย สามารถโทรศัพท์ไปสอบถาม ขั้นตอนการนัดหมายได้ตามรายละเอียด ดังนี้ 
 
ที่อยู่ เลขที่ 1111 ถ.สามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
โทรศัพท์ : 02 242 5900 ต่อ 7531
มือถือ : 09 3303 0509 
 
หลังจากนัดหมายได้วันที่จะไปยื่นเอกสารเรียบร้อย ในวันที่นำเอกสารไปยื่น ถือว่าเป็นการไปยื่นเพื่อให้ประธานสภารับรองฐานะของตัวแทนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายให้มีฐานะเป็น ‘ผู้เชิญชวน’ เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ก่อนที่จะดำเนินการรวบรวมรายชื่อต่อไป
 
เอกสารที่ต้องนำไปยื่น มีดังนี้ 
๐ ร่างพระราชบัญญัติ/ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
๐ บันทึกหลักการและเหตุผล
๐ บันทึกวิเคราะห์สรุปหลักการสาระสำคัญ
๐ หนังสือยื่นเรื่องริเริ่มเสนอร่างพระราชบัญญัติ 
๐ แบบฟอร์มแสดงความประสงค์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 คนที่เป็นตัวแทนของผู้เข้าชื่อที่ประสงค์จะเป็นผู้เชิญชวน พร้อมกับสำเนาบัตรประชาชน  ดาวโหลดแบบฟอร์มได้ที่นี่ 
 
การยื่นร่างกฎหมายรวมถึงเอกสารต่างๆ ต่อประธานสภา เป็นขั้นตอนที่มีขึ้นเพื่อให้ประธานสภาพิจารณาว่าร่างพ.ร.บ.หรือร่างรัฐธรรมนูญที่ยื่นเข้ามานั้น เป็นร่างที่ประชาชนมีสิทธิเสนอหรือไม่ ถ้าประธานสภาเห็นว่า ประชาชนไม่มีสิทธิเข้าชื่อเสนอก็จะต้อง "คืนเรื่อง" โดยต้องตอบกลับภายใน 15 วันนับแต่วันที่ยื่นร่างกฎหมายและเอกสารครบถ้วน ตัวแทนผู้เข้าชื่อจะไม่ต้องเสียเวลาไปรวบรวมรายชื่อ เพราะต่อให้รวบรวมได้ครบสภาก็อาจจะไม่รับไว้พิจารณา
 
ถ้าประธานสภาเห็นว่า ประชาชนนมีสิทธิเข้าชื่อเสนอได้ ก็จะตอบกลับมาเป็นจดหมาย หลังจากนั้นตัวแทนผู้เข้าชื่อ ก็จะมีฐานะเป็น ผู้เชิญชวน สามารถดำเนินการรวบรวมรายชื่อได้เลย 
 
ข้อสำคัญคือ ในระหว่างการรวบรวมรายชื่อ ห้ามมิให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในส่วนที่เป็นหลักการหรือสาระสำคัญภายในร่างกฎหมายเด็ดขาด หากเป็นเพียงการแก้ไขข้อความที่ผิดพลาด สามารถทำได้
 
TIPS
- ในวันที่ไปยื่น ตัวแทนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายที่ประสงค์จะเป็นผู้เชิญชวน ‘ไม่จำเป็น’ ต้องไปครบทุกคน สามารถส่งตัวแทนไปได้ และโดยปกติแล้วประธานสภาจะมอบหมายให้บุคคลอื่นมารับเรื่องไว้แทน
 
- เมื่อยื่นหนังสือแสดงความประสงค์จะเป็นผู้เชิญชวนแล้ว ในทางปฏิบัติเราสามารถเริ่มต้นรวบรวมรายชื่อได้เลยเมื่อพร้อม ไม่จำเป็นต้องรอให้ประธานสภารับรองว่าเป็นผู้เชิญชวนเสียก่อนก็ได้ การรอประธานสภาตอบก่อนก็เพื่อความแน่ใจว่าจะไม่เสียแรงฟรีๆ เท่านั้น
 
STEP 2 รวบรวมรายชื่อ
ในการรวบรวมรายชื่อ ตามกฎหมายใหม่นี้ สามารถทำได้หลายวิธี ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ และใช้เอกสารเพียงอย่างเดียว คือ แบบฟอร์มการเข้าชื่อฯ ไม่ต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชน ไม่ต้องถ่ายสำเนาทะเบียนบ้านอีกต่อไป
 
แบบฟอร์มการเข้าชื่อฯ ไม่ว่าจะเป็นกระดาษและอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ จะใช้แบบฟอร์มแบบเดียวกัน โดยจะต้องมีรายละเอียดตามที่กฎหมายกำหนด คือ ชื่อนามสกุล เลขประจำตัวประชาชนของผู้ร่วมเข้าชื่อ และข้อความที่แสดงให้เห็นว่าสมัครใจเข้าร่วมในการเสนอร่างพระราชบัญญัตินั้น พร้อมทั้งลงลายมือชื่อ 
 
สามารถดูตัวอย่างได้ ที่นี่ 
 
๐ วิธีการกรอก
 
บนหัวกระดาษ จะมีข้อความว่า หลักฐานการลงลายชื่อของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย และมีชื่อร่างพ.ร.บ. ที่ต้องการจะเสนอ เช่น ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ. … ตรงนี้ให้เว้นว่างไว้ หากกฎหมายผ่านและประกาศใช้เมื่อใดถึงจะเติบตัวเลขปี พ.ศ. ที่ประกาศใช้ภายหลัง สำหรับผู้เข้าชื่อให้เริ่มกรอกในช่อง "เขียนที่..."
 
เขียนที่… >>> กรอกสถานที่ที่เราเขียนอยู่ขณะนั้น อาจจะเป็นที่อยู่บ้านเรา อำเภอ จังหวัด เขต หรือชื่อสถานที่นั้นๆก็ได้ 
วันที่… >>> กรอกวันที่ที่เขียนอยู่จริง 
ชื่อ นามสกุล , เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก >>> กรอกให้ครบถ้วน 
ช่องลงชื่อ >>> จะต้องลงลายมือชื่อด้วยมือตัวเอง จะเซ็นลายเซ็นหรือเขียนชื่อก็ได้ 
 
TIPS
- สาระสำคัญของเอกสารคือ จะต้องกรอกชื่อ นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน และเซ็นลายเซ็น หากไม่กรอกให้ครบถ้วน เอกสารอาจเสียไป ส่วนในช่องวันที่...และเขียนที่… หากไม่ได้กรอกก็ไม่ทำให้เอกสารเสียไป สามารถเติมภายหลังได้ 
- สำหรับคนที่เขียนหนังสือไม่ถนัด จะให้คนอื่นช่วยกรอกข้อมูลในช่องอื่นก็ได้ แต่ต้องลงลายมือชื่อด้วยตัวเอง
- สำหรับคนที่เขียนหนังสือไม่ได้เลย ให้ใช้วิธีปั๊มลายนิ้วมือ (นิ้วโป้ง 1 นิ้ว) ลงไปในช่องลงชื่อพร้อมให้พยานเซ็นชื่อรับรองสองคน พร้อมเขียนกำกับว่า รับรองลายพิมพ์นิ้วมือ 
- ถ้าหากแบบฟอร์มที่เป็นกระดาษฉีกขาด สามารถแก้ไขได้ ไม่ถือเอกสารเสียไป
- หากเป็นการกรอกเอกสารที่เป็นกระดาษ เพื่อความแน่นอน ควรใช้ปากกาสีน้ำเงิน ไม่แนะนำให้ใช้ปากกาสีดำ สีแดง และดินสอ
- หากกรอกเอกสารในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ รายละเอียดต่างๆ สามารถพิมพ์ได้ แต่ช่องลงชื่อ จะต้องเซ็นด้วยมือเท่านั้น โดยอาจจะเซ็นผ่าน iPad หรือโปรแกรมอิเล็กทรอนิกส์ใดๆก็ได้ เพียงแต่ต้องเซ็นด้วยมือ  ห้ามพิมพ์ชื่อตัวเองลงไปเพราะจะถือว่าไม่ใช่การลงลายมือชื่อ
 
๐ วิธีการส่ง
หลังจากกรอกเอกสารเรียบร้อยแล้ว ถ้าเป็นกระดาษ สามารถส่งไปรษณีย์หรือนำไปส่งด้วยตัวเอง ตามสถานที่ที่ผู้เชิญชวนกำหนดไว้ หรือจะถ่ายรูปกระดาษที่กรอกเสร็จแล้วส่งไปทางช่องทางออนไลน์ที่ผู้เชิญชวนเปิดรับก็ได้ 
 
 หากเป็นการกรอกในระบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถบันทึกแล้วส่งไปเป็นไฟล์(.pdf) หรือจะบันทึกเป็นรูป(.jpeg/ .png) แล้วส่งผ่านช่องทางออนไลน์ที่ผู้เชิญชวนกำหนดก็ได้ 
 
๐ ระยะเวลาในการรวบรวมเอกสาร 
กรณีผู้เชิญชวนเป็นผู้รวบรวมเอง > ไม่มีกำหนดระยะเวลา สามารถเก็บรวบรวมไปได้เรื่อยๆ จนกว่าจะได้ครบจำนวนตามที่กฎหมายกำหนด 
 
กรณีขอให้สำนักเลขาฯเป็นผู้รวบรวมให้ > สำนักเลขาฯกำหนดไว้ที่ 1 ปีนับตั้งแต่ผู้เชิญชวนยื่นคำขอให้ทางสำนักเลขาฯเป็นผู้รวบรวมรายชื่อให้ หากมีผู้เข้าชื่อไม่ถึงจำนวนที่กฎหมายกำหนดไว้ ทางสำนักเลขาฯจะแจ้งให้ผู้เชิญชวนทราบเพื่อให้รีบดำเนินการหารายชื่อให้ครบ ภายใน 90 วัน หากพ้นกำหนดเวลาแล้วยังได้รายชื่อไม่ครบอีก ทางสำนักเลขาฯจะยุติการดำเนินการ ในกรณีเช่นนี้ ถ้าหากผู้เชิญชวนต้องการเสนอร่างฯเข้ามาอีก ก็สามารถทำได้ แต่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ตั้งแต่แรก 
 
 
TIPS
คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สำนักเลขาฯ กรณีที่ผู้เชิญชวนเปิดให้มีการส่งเอกสารผ่านระบบออนไลน์ เจ้าหน้าที่แนะนำให้ทางผู้เชิญชวน ปริ้นท์เอกสารลงลายชื่อของผู้เข้าชื่อออกมาเป็นกระดาษ และรวบรวมส่งให้ทางเจ้าหน้าที่สำนักเลขาฯ ซึ่งจะง่ายต่อการตรวจสอบรายชื่อของเจ้าหน้าที่มากกว่า มีโอกาสที่กระบวนการตรวจสอบจะรวดเร็วขึ้น แต่การส่งเป็นไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ให้กับทางสำนักเลขาฯ ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด สามารถทำได้ 
 
 
STEP 3 นำส่งเอกสารเข้าชื่อ
 
เมื่อได้รายชื่อครบตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว จะต้องนัดหมายกับทางสภาอีกครั้งเพื่อนำรายชื่อทั้งหมดไปยื่น 
 
เอกสารที่ต้องนำไปยื่น 
 
 - แบบคำร้องขอให้สำนักงานฯ ดำเนินการรับ และรวบรวมหลักฐานการร่วมเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ
 - หนังสือขอเข้าพบประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นคำร้องภายหลังชักชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อ
 
สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มหนังสือเพื่อนัดหมายได้ ที่นี่ 
 
เมื่อได้นัดหมายวันและเวลาเรียบร้อยแล้ว เอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อนำไปยื่นต่อสภา มีดังนี้ 
 
- ร่างกฎหมายที่เข้าชื่อเสนอ
- บันทึกหลักการของร่างกฎหมาย
- บันทึกเหตุผลในการเสนอร่างกฎหมาย
- บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของร่างกฎหมาย
- หลักฐานการเข้าชื่อของผู้ร่วมเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด
- รายชื่อผู้แทนของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายฯ จำนวนไม่น้อยกว่า 20 คนแต่ไม่เกิน 30 คน  
 
 
TIPS 
- รายชื่อผู้แทนของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายฯ เป็นบุคคลเดียวกับผู้เชิญชวนก็ได้ 
- ในวันที่ไปยื่นเอกสารนี้ เราไม่จำเป็นต้องนำเอกสารทั้งหมดไปยื่นภายในวันเดียว สามารถทยอยส่งไปก่อนจำนวนหนึ่งแล้วค่อยนำส่งให้ครบทีหลังได้
 
การตรวจสอบเอกสารของเจ้าหน้าที่ 
 
เมื่อทางผู้เชิญชวนยื่นเอกสารให้ทางสภาครบถ้วนแล้ว ก็จะเป็นขั้นตอนตรวจสอบเอกสารการเข้าชื่อซึ่งจะดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ของสภา กฎหมายกำหนดว่าจะต้องกระทำให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน
 
ถ้าหากตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารไม่ถูกต้อง ทางเจ้าหน้าที่จะต้องแจ้งไปยังผู้เชิญชวนเพื่อให้แก้ไขให้เรียบร้อยภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผู้เชิญชวนไม่จัดการแก้ไขภายในระยะเวลา ก็จะถือว่ายุติการดำเนินการและส่งเรื่องคืน
 
เมื่อตรวจสอบเอกสารเข้าชื่อและคุณสมบัติว่าเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่จะประกาศจำนวนและรายชื่อผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายทั้งหมดผ่านทางเว็บไซต์ของรัฐสภา ช่องทางเดียวเท่านั้น ผู้ที่ร่วมเข้าชื่อมาทุกคนสามารถไปตรวจดูได้ว่า มีรายชื่อของตัวเองร่วมเสนอร่างกฎหมายนี้ด้วยหรือไม่
 
หลังจากตรวจสอบรายชื่อแล้ว หากพบว่ามีการปลอมชื่อ บุคคลที่ไม่ได้เข้าชื่อด้วยแต่กลับปรากฏชื่อเป็นผู้เสนอกฎหมายด้วย สามารถติดต่อไปที่สำนักเลขาฯ เพื่อขอตรวจสอบเอกสารและดำเนินคดีต่อไปได้ ซึ่งถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นการปลอมลายมือชื่อ ชื่อดังกล่าวก็จะถูกตัดออกจากจำนวนผู้เข้าชื่อ 
 
 
ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภา
 
หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร ตรวจสอบรายชื่อครบถ้วนแล้ว ก่อนที่ร่างกฎหมายจะถูกบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมตามข้อบังคับการประชุม รัฐธรรมนูญมาตรา 77 กำหนดให้ ร่างกฎหมายของภาคประชาชนจะต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบเสียก่อน โดยในขั้นตอนนี้สำนักเลขาฯจะเป็นผู้ดำเนินการให้ 
 
นอกจากนี้ ถ้าหากประธานสภาได้วินิจฉัยว่าร่างกฎหมายที่เสนอเข้ามาเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ก็จะต้องส่งร่างกฎหมายให้นายกรัฐมนตรีให้คำรับรองก่อน (เป็นไปตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญมาตรา 133 วรรคท้ายและมาตรา 134)
 
เมื่อการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 เสร็จสิ้น รวมถึงได้รับคำรับรองจากนายกรัฐมนตรีสำหรับกรณีเป็นร่างพ.ร.บ.เกี่ยวด้วยการเงิน ขั้นตอนต่อไป คือ รอให้ประธานสภาบรรจุร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมเพื่อรอการพิจารณาต่อไป
 
 
TIPS
- ร่างพ.ร.บ.เกี่ยวด้วยการเงิน หมายถึง ร่างพ.ร.บ.ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณของประเทศ 
- ถ้าหากผู้เชิญชวนยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่รอบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม หากมีการยุบสภาหรือสภาสิ้นสุดลงตามวาระและเลือกตั้งใหม่ ร่างกฎหมายที่เสนอไว้แล้วไม่ตกไป พ.ร.บ.เข้าชื่อเสนอกฎหมายฯ พ.ศ.2564 กำหนดให้ ผู้เชิญชวนสามารถทำหนังสือถึงประธานสภาขอให้หยิบยกร่างกฎหมายเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมได้เลย 
 
 
เมื่อร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภา 
 
โดยหลักแล้ว การพิจารณาร่างพ.ร.บ. จะพิจารณาโดยสภาผู้แทนราษฎรให้ครบสามวาระก่อน คือ วาระที่หนึ่ง ชั้นรับหลักการ วาระที่สอง ชั้นพิจารณารายมาตรา และวาระสุดท้าย ชั้นลงมติ  เมื่อผ่านการพิจารณาทั้งสามวาระแล้วจึงจะเข้าสู่การพิจารณาวุฒิสภาอีกสามวาระเช่นเดียวกัน
 
ส่วนการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ จะมีเงื่อนไขมากกว่า คือ จะต้องพิจารณาร่วมกันระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา โดยจะกระทำเป็นสามวาระเช่นเดียวกัน
 
ในการประชุมสภาวาระแรกหรือชั้นรับหลักการ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอร่างพ.ร.บ.หรือร่างรัฐธรรมนูญ ตัวแทนของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายจะได้เข้าไปแถลงหลักการรวมถึงอธิบายเนื้อหาในร่างกฎหมายที่เสนอต่อที่ประชุมสภา 
 
นอกจากนี้ กรณีร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ข้อบังคับการประชุมสภากำหนดให้ตัวแทนผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายสามารถแสดงคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการได้ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ สามารถแสดงความคิดเห็นต่อที่ประชุมสภาในการพิจารณาในวาระที่สอง โดยกำหนดให้แสดงคิดเห็นได้เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น  
 
หากเป็นร่างพ.ร.บ. รัฐธรรมนูญ มาตรา 128 กำหนดให้ตัวแทนของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมายเข้าไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวด้วย โดยจะต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจํานวนกรรมาธิการวิสามัญทั้งหมด
 
หลังจากผ่านการพิจารณา ปรับแก้ร่างกฎหมาย และลงมติในวาระที่สอง ชั้นพิจารณารายมาตราแล้ว เมื่อเข้าสู่วาระสุดท้าย จะเหลือเพียงการลงมติของที่ประชุมสภาเท่านั้น หมดหน้าที่ของประชาชนในขั้นตอนการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย