สนช. ผ่านกฎหมาย บริจาคให้พรรคการเมือง-ลดหย่อนภาษีได้

สนช. ผ่านกฎหมาย บริจาคให้พรรคการเมือง-ลดหย่อนภาษีได้

เมื่อ 24 ม.ค. 2562


25 มกราคม 2562 สนช. มีวาระการพิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่...) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกตามมาตรา 70 ของพ.ร.ป. พรรคการเมืองฯ ที่ระบุว่า ให้ผู้บริจาคเงินแก่พรรคการเมืองมีสิทธินำจำนวนเงินที่บริจาคไปหักลดหย่อนหรือรายจ่ายเพื่อการบริจาคตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากร โดยกำหนดอัตราการลดหย่อนสำหรับบุคคลธรรมดาไม่เกิน 10,000 บาท และสำหรับนิติบุคคลไม่เกิน 50,000 บาท และให้ถือว่า การสนับสนุนเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดในการหารายได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมืองตามกำหนดไว้ในมาตรา 64 ของพ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ เป็นเงินบริจาคที่นำมาลดหย่อนได้ด้วย

 


ซึ่งรัฐบาลได้ระบุความสำคัญของมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคให้แก่พรรคการเมืองว่า  เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้บริจาคเงินแก่พรรคการเมืองสามารถสนับสนุนพรรคการเมืองได้อย่างเปิดเผย และช่วยให้พรรคการเมืองมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการของพรรการเมือง รวมทั้งส่งเสริมความเข้มแข็งของระบบพรรคการเมืองในประเทศ  โดยร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่...) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญดังนี้

 


๐ ประชาชนบริจาคให้พรรคการเมืองลดหย่อนเพิ่ม 10,000 บาท


ตามปกติแล้วหลังคำนวณเงินได้ของบุคคลธรรมดาตามมาตรา 40 ของประมวลรัษฎากรแล้วจะถูกหักลบได้ตามหักตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 46 เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยงหรือค่าพาหนะ, เงินเพิ่มพิเศษประจำตำแหน่ง และเบี้ยประชุมกรรมาธิการหรือกรรมการฯ เป็นต้น และหักลดหย่อนได้เพิ่มเติมอีกตามกำหนดในมาตรา 47 ของประมวลรัษฎากร โดยร่างแก้ไขเพิ่มเติมนี้จะเพิ่มเติมเงื่อนไขการหักลดหย่อน โดยเพิ่มข้อความ (ฎ) ของ (1) ในมาตรา 47  ของประมวลรัษฎากร ให้ลดหย่อนเพิ่มเติมในส่วนของเงินที่บริจาคหรือเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ให้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมือง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งเงื่อนไขเพิ่มเติมนี้จะเริ่มใช้กับการคำนวณภาษีประจำปี 2561 ที่จะต้องยื่นรายการในปี 2562 นี้

 


๐ นิติบุคคลบริจาคให้พรรคการเมืองลดหย่อนเพิ่ม 50,000 บาท


ใน (3) ของมาตรา 65 ตรี ของประมวลรัษฎากรกำหนดว่า ให้รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ หรือเพื่อการสาธารณะประโยชน์เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ โดยให้หักได้ในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ให้หักได้อีกในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ ซึ่งร่างแก้ไขเพิ่มเติมนี้แก้ความใน (3) ของมาตรา 65 ตรี โดยเพิ่มเรื่อง ให้ถือเงินบริจาคพรรคการเมืองเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ แต่ให้หักได้ไม่เกิน 50,000 บาท