ผ่านครึ่งทาง! 82 กิจกรรม 5,600 คน ร่วมเข้าชื่อ "ปลดอาวุธคสช."

ผ่านครึ่งทาง! 82 กิจกรรม 5,600 คน ร่วมเข้าชื่อ "ปลดอาวุธคสช."

เมื่อ 29 พ.ย. 2561

 

กิจกรรม #ปลดอาวุธคสช #ทวงคืนสถานการณ์ปกติ หรือ การใช้สิทธิของประชาชนเข้าชื่อกันให้ครบ 10,000 คน เพื่อเสนอร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. รวม 35 ฉบับ เดินทางมาเกินครึ่งทางแล้ว นับถึงตอนนี้ได้รับเอกสารลงลายมือชื่อพร้อมสำเนาบัตรประชาชนที่สมบูรณ์แล้วอย่างน้อย 5,600 ฉบับ โดยตลอดเส้นทางที่ผ่านมาได้พบกับกระแสตอบรับอันเป็นประสบการณ์ที่ดี และยังมีรายชื่อผู้สนับสนุนอีกจำนวนมากที่จะทยอยสมทบเข้ามากันเรื่อยๆ ให้ทันก่อนการเลือกตั้งที่จะถึง
 
เป็นเวลากว่า 10 เดือน ที่เครือข่ายภาคประชาชนหลายเครือข่ายได้เดินทางลงพื้นที่พบปะพูดคุยกับประชาชนในเครือข่ายให้เข้าใจถึงสถานการณ์บ้านเมืองและสถานการณ์การจำกัดสิทธิเสรีภาพในยุคของ คสช. ภายใต้ "อาวุธทางกฎหมาย" คือ ประกาศและคำสั่งหลายสิบฉบับที่ออกโดย คสช. เพื่อให้อำนาจแก่ คสช. เองควบคุมการแสดงความคิดเห็นของประชาชน แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม รวมทั้งสิทธิชุมชน สำหรับประชาชนที่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ก็สามารถร่วมกันใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 133 #เข้าชื่อเสนอกฎหมาย เพื่อให้ยกเลิกประกาศและคำสั่งเหล่านั้น
 
แม้ว่า ขั้นตอนการใช้สิทธิจะยุ่งยากอยู่บ้าง คือ ต้องกรอกแบบฟอร์มเฉพาะที่เรียกว่า "ข.ก.1" ที่ออกแบบโดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และต้องถ่ายสำเนาบัตรประชาชน หรือสำเนาบัตรอื่นที่ราชการออกให้และมีเลขประจำตัว 13 หลัก พร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้องให้สมบูรณ์ แต่ประชาชนหลายพันคนก็ยังเข้าร่วมกิจกรรมนี้ และเครือข่ายตามจังหวัดต่างๆ ก็สามารถรวบรวมเอกสารส่งมารวมกันได้หลายพันชุด
 
ขณะที่ประชาชนทางบ้านก็ใช้สิทธิเข้าร่วมกิจกรรมนี้กันพอสมควร หลังจากประชาสัมพันธ์การใช้สิทธิเพื่อทวงคืนสถานการณ์การเมืองปกติ ก็มีประชาชนหลายร้อยคน ศึกษาและทำตามขั้นตอนจากที่บ้าน โดยการดาวน์โหลดแบบฟอร์ม พิมพ์ออกมา กรอกเอกสาร ถ่ายสำเนาบัตร ลงลายมือชื่อ และส่งมาทางไปรษณีย์ที่ ตู้ปณ.79 ปณฝ.สามเสนใน เขตพญาไท กทม. 10400
 
นอกจากนี้ พี่น้องในพื้นที่ต่างๆ กลุ่มกิจกรรม สถาบันการศึกษา องค์กรสาธารณะประโยชน์ รวมแล้วหลายสิบแห่ง ยังให้โอกาสไอลอว์ไปนำเสนอช่องทางการใช้สิทธิ และชักชวนประชาชนมาร่วมเข้าชื่อกัน อย่างน้อย 82 กิจกรรม เป็นการไปตั้งโต๊ะออกบู๊ทในกิจกรรมสาธารณะ 34 ครั้ง เป็นการไปร่วมบรรยายในชั้นเรียน 29 ครั้ง เป็นการไปร่วมนำเสนอในการประชุม 15 ครั้ง และเป็นการลงพื้นที่ไปหาผู้คน 4 ครั้ง ทำให้เราได้มีโอกาสพบปะกับผู้คนแล้วอย่างน้อย 8,300 คน และได้เอกสารรายชื่อมาจากการเดินสายทั่วประเทศอย่างน้อย 3,700 รายชื่อ
 
 
 
 
 
ที่สำคัญกว่าจำนวนรายชื่อ คือ การได้มีโอกาสสื่อสารและอธิบายถึงผลกระทบจากการใช้ประกาศและคำสั่งของ คสช. การได้นำเสนอข้อมูลที่ไอลอว์ติดตามบันทึก จับตาการใช้อำนาจของ คสช. มานานกว่า 4 ปี 
 
การได้เดินทางไปเจอผู้คนจาก 82 กิจกรรมที่ผ่านมา ทำให้เราได้พบปะผู้อ่านของเรามากขึ้น ได้รับฟังความคิดเห็นและเสียงสะท้อน ได้รับรู้ว่า ยังมีผู้คนที่อยากเห็นสังคมการเมืองที่มีเสรีภาพและประชาชนสามารถมีส่วนร่วมทางการเมืองอาศัยอยู่ทุกหนแห่ง ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมาผู้คนเหล่านี้ได้แต่ก้มหน้าเฝ้ารอโอกาสที่จะเรียกร้องให้ได้มาซึ่งสังคมประชาธิปไตย
 
ตลอดทั้ง 82 กิจกรรมที่เกิดขึ้น มีปัญหาอุปสรรคให้พบเจออยู่บ้าง แม้เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือสั่งห้ามกิจกรรมนี้ มักทำได้เพียงมาสังเกตการณ์และสอบถามข้อมูลเท่านั้น เพราะการเข้าชื่อเสนอกฎหมายเป็นสิทธิที่ประชาชนสามารถทำได้  แต่ภายใต้บรรยากาศความกลัวที่ คสช. สร้างไว้ตลอดสี่ปีกว่าที่ผ่านมา บวกกับความอ่อนไหวจากความขัดแย้งทางการเมือง ก็ทำให้เราต้องพบเจอความยากลำบากอยู่บางในบางกิจกรรมที่ตัวเจ้าภาพผู้จัดกิจกรรมเอง หรือเจ้าของสถานที่เอง ตกอยู่ภายใต้บรรยากาศความกลัวเช่นนั้นไปด้วย 
 
ในขณะเดียวกัน เราก็ยังได้พบกับผู้คนจำนวนมากที่ต้องการมีส่วนร่วม พร้อมสนับสนุนการยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. เหล่านี้ แต่ยังไม่สามารถใช้สิทธิได้ บางคนเป็นคนชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง ไม่มีสัญชาติ ไม่มีบัตรประชาชน แต่ได้รับผลกระทบโดยตรงเพราะถูกทหารอ้าง คำสั่ง คสช. 64/2557 เข้ายึดที่ดินทำกิน บางคนเป็นนักบวช เป็นพระภิกษุสงฆ์ที่ติดตามการเมืองและอยากมีส่วนร่วม รวมทั้งเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปีหลายคนแสดงความจำนงเข้าร่วมใช้สิทธิด้วย แต่เมื่อยังไม่มีสิทธิเลือกตั้งก็ยังใช้สิทธิเข้าชื่อเสนอกฎหมายไม่ได้ 
 
เราได้พบกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนอีกหลายร้อยคนที่พร้อมสนับสนุน แต่ "ไม่ได้เอาบัตรประชาชนมา" จึงยังไม่ได้ใช้สิทธิให้สมบูรณ์ หรือบางคนทำบัตรประชาชนหาย หรือบางคนก็พกบัตรติดตัวมาด้วย แต่ในบางจังหวะบางพื้นที่ ไม่สามารถหาเครื่องถ่ายเอกสารได้จริงๆ 
 
เรื่องราวของผู้คนที่เราพบเจอ สะท้อนให้เห็นถึงขั้นตอนการเข้าชื่อเสนอกฎหมายที่ไม่ทันสมัย และเป็นอุปสรรคต่อการใช้สิทธิของประชาชน และทำให้เราเชื่อว่า ยังมีประชาชนอีกจำนวนนับไม่ถ้วน ที่พร้อมจะใช้สิทธิแต่ไม่สะดวกในการดาวน์โหลดแบบฟอร์มมากรอกเองและส่งทางไปรษณีย์ ซึ่งก็ยังรอคอยจังหวะโอกาสให้เราหรือตัวแทนของเครือข่ายภาคประชาชนเดินทางไปพบเจอกันเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิในกิจกรรมนี้
 
สำหรับใครก็ตามที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมนี้ ต้องการเรียนรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้ประกาศและคำสั่งของ คสช. 35 ฉบับ พร้อมที่จะใช้สิทธิและยังมีเพื่อนฝูง-พ่อแม่พี่น้อง ที่รวมกลุ่มกันได้และสนใจใช้สิทธิเข้าเชื่อเสนอกฎหมาย "ปลดอาวุธ คสช." สามารถติดต่อเราทาง inbox หรือทางอีเมล์ [email protected] เพื่อให้เราส่งทีมงานไปทำกิจกรรม อธิบายข้อมูล พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน พร้อมกับอำนวยความสะดวกด้านเอกสารในการใช้สิทธิเข้าชื่อกันครั้งนี้ เรายังหวังจะได้เดินทางเพื่อพบปะกับทุกคนให้ได้มากที่สุด ในระยะเวลาอันจำกัดกับเส้นทางอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือข้างหน้า
 
ในการทำกิจกรรมครั้งนี้ เราตั้งเป้าหมายว่า จะนำรายชื่อ 10,000 ชื่อ ไปยื่นเสนอให้ยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. 35 ฉบับ ต่อรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง และจะนำไปยื่นเป็นฉบับแรกๆ ทันทีหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้น ดังนั้นจึงเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนที่จะรวบรวมเอกสารรายชื่อให้ครบ โดยเรายังหวังว่า เท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวย เราจะได้ใช้โอกาสนี้พบเจอและสื่อสารกับผู้อ่านของเราให้ได้มากที่สุดด้วย