
26 มีนาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ วินิจฉัยให้สมชาย เล่งหลัก สมาชิกวุฒิสภา (สว.) สิ้นสุดสมาชิกภาพ นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 11 ธันวาคม 2567 เป็นต้นไป เนื่องจากมีลักษณะต้องห้าม ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 108 ข. (1) ประกอบมาตรา 98 (5)
เหตุที่ทำให้สมชาย เล่งหลัก สว. กลุ่มที่ 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ต้องพ้นตำแหน่ง สว. สืบเนื่องมาจาก สมชายต้องคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขแดงที่ ลต สส 338/2567 เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของสมชาย เล่งหลัก เนื่องจากมีความผิดฐานก่อ สนับสนุน รู้เห็นเป็นใจ ให้จัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 73 (1) ประกอบมาตรา 138 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561
โดยในปี 2566 สมชาย ลงสมัคร สส. แบบแบ่งเขต จังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย หนึ่งวันก่อนวันเลือกตั้ง 13 พฤษภาคม 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธร (สภ.) หาดใหญ่ ร่วมกันจับกุมวินัย บัวทอง พบของกลาง ได้แก่ 1) บัญชีรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลในหลายตำบลของพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และอำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา 2) เงินสด 100,000 บาท และ 3) แผ่นพับหาเสียงของ สมชาย เล่งหลัก สองแผ่น อยู่ในรถยนต์ของพันตำรวจเอกถวัลย์ นคราวงศ์ ซึ่งมีหลักฐานว่าพันตำรวจเอกถวัลย์ติดต่อกับสมชาย เล่งหลัก หลายครั้ง ทำให้เชื่อได้ว่าสมชาย เป็นผู้ก่อ สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้วินัย บัวทอง และพันตำรวจเอกถวัลย์ นคราวงศ์ จัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้จูงใจให้ลงคะแนน หรือพูดง่ายๆ ว่า “ซื้อเสียง” ซึ่งการกระทำดังกล่าว
เมื่อตำแหน่ง สว. ว่างลง สว. แต่ละกลุ่มมีไม่ครบจำนวน ประธานวุฒิสภาจะต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา เลื่อนบุคคลในบัญชีรายชื่อสำรองของกลุ่มนั้นขึ้นมาเป็น สว. ตามลำดับในบัญชีรายชื่อ ตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 (พ.ร.ป. สว.ฯ) มาตรา 45 โดยวันที่ตำแหน่ง สว. ว่างลง คือวันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้คู่ความฟังอันเป็นวันที่คำวินิจฉัยมีผล คือ 26 มีนาคม 2568
ทั้งนี้ ผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อสำรองกลุ่มที่ 19 ลำดับแรก ซึ่งจะได้เลื่อนขึ้นเป็น สว. คนต่อไปหลังสมชาย เล่งหลัก พ้นตำแหน่ง คือ ธณัชญ์พงศ์ วงศ์มุลาลี สมัคร สว. จากอำเภอแกดำ จังหวัดมหาสารคาม ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว ธณัชญ์พงศ์ระบุประวัติการทำงาน ประสบการณ์ในทำงานในกลุ่มที่สมัคร ไว้ในเอกสาร สว.3 ว่า เป็นนักธุรกิจแอมเวย์ ระดับ มรกตสองผู้สถาปนา ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ศึกษาดูงานต่างประเทศกว่า 10 ประเทศทั่วโลก อดีตเป็นเลขานุการคณะกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ช่วยและปฏิบัติงานของสมาชิกรัฐสภา รุ่น 8 จากสถาบันพระปกเกล้า 24 สิงหาคม 2564
ด้านการศึกษา ธณัชญ์พงศ์ระบุว่า จบการศึกษามัธยมศึกษา โรงเรียนสารคามพิทยาคม ปริญญาตรีคณะศึกษาศาสตร์ (กศ.บ.) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม และปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (รปม.) มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี