อัปเกรดพ.ร.บ.คอมฯ เพิ่มโทษผู้ดูแลระบบ ก๊อปไฟล์โหลดบิทเสี่ยงคุก

อัปเกรดพ.ร.บ.คอมฯ เพิ่มโทษผู้ดูแลระบบ ก๊อปไฟล์โหลดบิทเสี่ยงคุก

เมื่อ 7 เม.ย. 2554
ไฟล์แนบขนาดไฟล์
ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับไอซีทีวันที่ 28 มีนาคม 255449.35 KB

เมื่อวันจันทร์ที่28 มี.ค. 54 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จัด ประชุมรับฟังและให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติว่า ด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยเชิญตัวแทนผู้ประกอบการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยในการประชุมดังกล่าว มีการแจกเอกสารร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ที่กระทรวงไอซีทีจัดทำขึ้นด้วย

ร่างกฎหมายนี้ เขียนขึ้นเพื่อให้ยกเลิกพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์พ.ศ. 2550 ทั้ง ฉบับ และให้ใช้ร่างฉบับใหม่นี้แทน อย่างไรก็ดี โครงสร้างของเนื้อหากฎหมายมีลักษณะคล้ายคลึงฉบับเดิม โดยมีสาระสำคัญที่ต่างไป ดังนี้

 

ประเด็นที่1 เพิ่มนิยาม “ผู้ดูแลระบบ”

มาตรา4 เพิ่ม นิยามคำว่า “ผู้ดูแลระบบ” หมายความว่า “ผู้มีสิทธิเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ให้บริการแก่ผู้อื่นในการเข้าสู่อิน เทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น”

ใน กฎหมายเดิมมีการกำหนดโทษของ “ผู้ให้บริการ” ซึ่งหมายถึงผู้ที่ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่า การพยายามเอาผิดผู้ให้บริการซึ่งถือเป็น “ตัวกลาง” ในการสื่อสาร จะส่งผลต่อความหวาดกลัวและทำให้เกิดการเซ็นเซอร์ตัวเอง อีกทั้งในแง่ของกฎหมายคำว่าผู้ให้บริการก็ตีความได้อย่างกว้างขวาง คือแทบจะทุกขั้นตอนที่มีความเกี่ยวข้องในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารก็ล้วนเป็น ผู้ให้บริการทั้งสิ้น

สำหรับ ร่างฉบับใหม่ที่เพิ่มนิยามคำว่า “ผู้ดูแลระบบ” ขึ้นมานี้ อาจหมายความถึงเจ้าของเว็บไซต์ เว็บมาสเตอร์ แอดมินระบบเครือข่าย แอดมินฐานข้อมูล ผู้ดูแลเว็บบอร์ด บรรณาธิการเนื้อหาเว็บ เจ้าของบล็อก ขณะที่ “ผู้ให้บริการ” อาจหมายความถึงผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต

ตาม ร่างกฎหมายนี้ ตัวกลางต้องรับโทษเท่ากับผู้ที่กระทำความผิด เช่น หากมีการเขียนข้อมูลที่ไม่ตรงกับความจริง กระทบกระเทือนต่อความมั่นคง ผู้ดูแลระบบและผู้ให้บริการที่จงใจหรือยินยอมมีความผิดทางอาญาเท่ากับผู้ที่ กระทำความผิด และสำหรับความผิดต่อระบบคอมพิวเตอร์ เช่นการเจาะระบบ การดักข้อมูล หากผู้กระทำนั้นเป็นผู้ดูแลระบบเสียเอง จะมีโทษ1.5 เท่าของอัตราโทษที่กำหนดกับคนทั่วไป

ประเด็นที่ 2 คัดลอกไฟล์ จำคุกสูงสุด 3 ปี 

สิ่งใหม่ในกฎหมายนี้ คือมีมาตรา16 ที่ เพิ่มมาว่า “ผู้ใดสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ทั้งนี้ การทำสำเนาคอมพิวเตอร์ อาจหมายถึงการคัดลอกไฟล์ การดาว์นโหลดไฟล์จากเว็บไซต์ต่างๆ มาตรานี้อาจมีไว้ใช้เอาผิดกรณีการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์หรือเพลง แต่แนวทางการเขียนเช่นนี้อาจกระทบไปถึงการแบ็กอัปข้อมูล การเข้าเว็บแล้วเบราว์เซอร์ดาว์นโหลดมาพักไว้ในเครื่องโดยอัตโนมัติหรือที่ เรียกว่า “แคช” (cache เป็น เทคนิคที่ช่วยให้เรียกดูข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น โดยเก็บข้อมูลที่เคยเรียกดูแล้วไว้ในเครื่อง เพื่อให้การดูครั้งต่อไป ไม่ต้องโหลดซ้ำ) ซึ่งผู้ใช้อาจมิได้มีเจตนาหรือกระทั่งรับรู้ว่ามีกระทำการดังกล่าว

ประเด็นที่ 3 มีไฟล์ลามกเกี่ยวกับเด็ก ผิด

ในมาตรา25 “ผู้ ใดครอบครองข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งมีลักษณะอันลามกที่เกี่ยวข้องกับเด็กหรือ เยาวชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

เป็นครั้งแรกที่มีการระบุขอบเขตเรื่องลามกเด็กหรือเยาวชนโดยเฉพาะขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ยังมีความคลุมเครือว่า ลักษณะอันลามกที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนนั้นหมายความอย่างไร นอกจากนี้ มาตราดังกล่าวยังเป็นการเอาผิดที่ผู้บริโภค ซึ่งมีความน่ากังวลว่า การชี้วัดที่ “การครอบครอง” อาจทำให้เกิดการเอาผิดที่ไม่เป็นธรรม เพราะธรรมชาติการเข้าเว็บทั่วไป ผู้ใช้ย่อมไม่อาจรู้ได้ว่าการเข้าชมแต่ละครั้งดาว์นโหลดไฟล์ใดมาโดย อัตโนมัติบ้าง และหากแม้คอมพิวเตอร์ถูกตรวจแล้วพบว่ามีไฟล์โป๊เด็ก ก็ไม่อาจหมายความได้ว่าผู้นั้นเป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้ดูผู้ชม

ประเด็นที่ 4 ยังเอาผิดกับเนื้อหา

มาตรา24 (1) นำ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลที่ไม่ตรงต่อความเป็นจริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความ ตื่นตระหนกแก่ประชาชน

เนื้อความข้างต้น เป็นการรวมเอาข้อความในมาตรา14 (1) และ (2) ของ กฎหมายปัจจุบันมารวมกัน ทั้งนี้ หากย้อนไปถึงเจตนารมณ์ดั้งเดิมก่อนจะเป็นข้อความดังที่เห็น มาจากความพยายามเอาผิดกรณีการทำหน้าเว็บเลียนแบบให้เข้าใจว่าเป็นหน้าเว็บ จริงเพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคล (phishing) จึง เขียนกฎหมายออกมาว่า การทำข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมถือเป็นความผิด แต่เมื่อแนวคิดนี้มาอยู่ในมือนักกฎหมายและเจ้าหน้าที่ ได้ตีความคำว่า “ข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม” เสียใหม่ กลายเป็นเรื่องการเขียนเนื้อหาอันเป็นเท็จ และนำไปใช้เอาผิดฟ้องร้องกันในเรื่องการหมิ่นประมาท ความเข้าใจผิดนี้ยังดำรงอยู่และต่อเนื่องมาถึงร่างนี้ซึ่งได้ปรับถ้อยคำใหม่ และกำกับด้วยความน่าจะเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่น ตระหนกแก่ประชาชน มีโทษจำคุกสูงสุด ห้าปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หาก พิจารณาจากประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐในการดำเนินคดีคอมพิวเตอร์ที่ผ่านมา ปัญหานี้ก่อให้เกิดการเอาผิดประชาชนอย่างกว้างขวาง เพราะหลายกรณี รัฐไทยเป็นฝ่ายครอบครองการนิยามความจริง ปกปิดความจริง ซึ่งย่อมส่งผลให้คนหันไปแสดงความคิดเห็นในอินเทอร์เน็ตแทน อันอาจถูกตีความได้ว่ากระทบต่อความไม่มั่นคงของ “รัฐบาล” ข้อความกฎหมายลักษณะนี้ยังขัดต่อสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิด เห็นโดยไม่จำเป็น

ประเด็นที่5 ดูหมิ่น ผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

มาตรา26 ผู้ ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพ ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น หรือข้อมูลอื่นใด โดยประการที่น่าจะทำให้บุคคลอื่นเสียหาย เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย หรือเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นข้อมูลที่แท้จริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ที่ผ่านมามีความพยายามฟ้องคดีหมิ่นประมาทซึ่งกันและกันโดยใช้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จำนวนมาก แต่การกำหนดข้อหายังไม่มีมาตราใดในพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ที่จะใช้ได้อย่างตรงประเด็น มีเพียงมาตรา 14 (1) ที่ระบุเรื่องข้อมูลอันเป็นเท็จดังที่กล่าวมาแล้ว และมาตรา 16 ว่าด้วยภาพตัดต่อ ในร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ได้สร้างความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ใช้ตั้งข้อหาการดูหมิ่นต่อกันได้ง่ายขึ้นข้อสังเกตคือ ความผิดตามร่างฉบับใหม่นี้กำหนดให้การดูหมิ่น หรือหมิ่นประมาทมีโทษจำคุกสามปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ทั้งที่การหมิ่นประมาทในกรณีปกติ ตามประมวลกฎหมายอาญามีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

ประเด็นที่6 ส่งสแปม ต้องเปิดช่องให้เลิกรับบริการ

มาตรา21 ผู้ ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เป็นจำนวนตามหลักเกณฑ์ที่ รัฐมนตรีประกาศกำหนด เพื่อประโยชน์ทางการค้าจนเป็นเหตุให้บุคคลอื่นเดือดร้อนรำคาญ และโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ สามารถบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพื่อปฏิเสธการตอบรับได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากที่กฎหมายเดิมกำหนดเพียงว่า การส่งจดหมายรบกวน หากเป็นการส่งโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มา ถือว่าผิดกฎหมาย ในร่างฉบับใหม่แก้ไขว่า หากการส่งข้อมูลเพื่อประโยชน์ทางการค้า โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับสามารถบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพื่อปฏิเสธการ บอกรับได้ ทั้งนี้อัตราโทษลดลงจากเดิมที่กำหนดโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท มาเป็นจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ ยังต้องตั้งข้อสังเกตด้วยว่า หากการส่งข้อมูลดังกล่าว แม้จะเป็นเหตุให้บุคคลอื่นเดือดร้อนรำคาญ แต่ไม่ได้ทำไปเพื่อประโยชน์ทางการค้า ก็จะไม่ผิดตามร่างฉบับใหม่นี้

ประเด็นที่7 เก็บโปรแกรมทะลุทะลวงไว้ คุกหนึ่งปี

มาตรา23 ผู้ ใดผลิต จำหน่าย จ่ายแจก ทำซ้ำ มีไว้ หรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ชุดคำสั่ง หรืออุปกรณ์ที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความ ผิดตามมาตรา 15 มาตรา 16 มาตรา 17 มาตรา 18 มาตรา 19 และมาตรา 20 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

น่าสังเกตว่า เพียงแค่ทำซ้ำ หรือมีไว้ซึ่งโปรแกรมที่ใช้เจาะระบบ การก๊อปปี้ดาวน์โหลดไฟล์อย่างทอร์เรนท์ การดักข้อมูล การก่อกวนระบบ ก็มีความผิดจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท เรื่องนี้น่าจะกระทบต่อการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์โดยตรง

ประเด็นที่ 8 เพิ่มโทษผู้เจาะระบบ

สำหรับกรณีการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ เดิมกำหนดโทษจำคุกไว้ไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ร่างกฎหมายใหม่เพิ่มเพดานโทษเป็นจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท(เพิ่มขึ้น 4 เท่า)

ประเด็นที่ 9 ให้หน้าที่หน่วยใหม่ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)

ร่างกฎหมายนี้กำหนดหน้าที่ให้หน่วยงานซึ่งมีชื่อว่า “สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)” เรียกโดยย่อว่า “สพธอ.” และให้ใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “Electronic Transactions Development Agency (Public Organization)” เรียกโดยย่อว่า “ETDA” เป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงไอซีที

หน่วยงานนี้เพิ่งตั้งขึ้นเป็นทางการ ประกาศผ่าน “พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็คทรอนิสก์ พ.ศ. 2554” เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 54 โดยเริ่มมีการโอนอำนาจหน้าที่และจัดทำระเบียบ สรรหาประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 มี.. 54

ในร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับใหม่นี้ กำหนดให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) มีบทบาทเป็นฝ่ายเลขานุการของ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์” ภายใต้ร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับที่กำลังร่างนี้

นอกจากนี้ หากคดีใดที่ต้องการสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดซึ่งอยู่ในต่างประเทศ จะเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด ในร่างกฎหมายนี้กำหนดว่า พนักงานสอบสวนอาจร้องขอให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(องค์การมหาชน) เป็นผู้ประสานงานกลางให้ได้ข้อมูลมา

ประเด็นที่10 ตั้งคณะกรรมการ สัดส่วน 8 – 3 – 0 : รัฐตำรวจ-ผู้ทรงคุณวุฒิ-ประชาชน

ร่างกฎหมายนี้เพิ่มกลไก“คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์” ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นรองประธานกรรมการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ผู้ อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยระบุตัวบุคคลจากผู้มี ความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ในด้านกฎหมาย วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การเงินการธนาคาร หรือสังคมศาสตร์จำนวนสามคน โดยให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี

คณะกรรมการชุดนี้ ให้ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(องค์กรมหาชน), สำนักงานกำกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (สังกัดกระทรวงไอซีที), สำนักคดีเทคโนโลยี (สังกัดกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม), และ กลุ่มงานตรวจสอบและวิเคราะห์การกระทำความผิดทางเทคโนโลยี กองบังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี (บก.สสท.) (สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) เป็นเลขานุการร่วมกัน

คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ออกระเบียบ ประกาศ ตามที่กำหนดในพ.ร.บ.นี้ และมีอำนาจเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหลักฐาน รวมถึง “ปฏิบัติการอื่นใด” เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ โดยให้ถือว่าคณะกรรมการและอนุกรรมการเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 14, 15 และ 16 ใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550

ตัดทิ้งทั้งหมด
96% (5831 votes)
คงไว้เหมือนเดิม
2% (135 votes)
แก้ไขบางส่วน (โปรดอธิบาย)
2% (135 votes)
คนโหวตทั้งหมด: 6103 คน
การโหวตแต่ละครั้งสามารถโหวตซ้ำได้หลังจากผ่านไป 5 นาทีแล้ว

Comments

ประเทศไทย เป็นประเทศในกลุ่มกำลังถดถอย .

ประเทศไทย เป็นประเทศในกลุ่มกำลังถดถอย มากมาก .

ถด ถด ถด ถดถอย ถดถอย ! ถด ถด ถด ถดถอย ถดถอย ! ถด ถด ถด ถดถอย ถดถอย !

โอ.ค่าปรับ...

คิดได้ไงเนี่ย

เอ่อโปรแกรม socket นี่ถือว่าเป็นโปรแกรมทะลุทะลวงไหม แล้วถ้าเครื่องผมลงโปรแกรมwiresharkนี่ก็โดนด้วยดิครับ ตอนนี้นักสิทธิมนุษยชนควรออกมาเรียกร้องกันได้แล้วนะครับ แล้วพวกขายแผ่นcd dvd bluray ที่พันทิพย์ เซียร์ ตะวันนานี่เข้าข่ายหรือเปล่าครับ ถ้าเข้าข่ายผิด พรบ. ก็ไปกวาดล้างให้หมดก่อนค่อยมากวาดล้างในinternetนะครับ

ใคร  ตัว  ไหนมันออกวะเอาสั้นๆเลยว่า

 

 

กาก เกรียน

ถ้าคิดแบบนี้ไม่ต้องมีเน็จไปเลยไปความคิดปัญญาอ่อนแบบนี้

- -"

 

อึ่ม.....

พูดไม่ออก

ว่างมากขนาดมีเวลามาออกกฎเรื่องแบบนี้ผมว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มันสำคัญกว่านี้ดีกว่าคงไม่ต้องบอกนะว่ามีอะไรบ้าง



สิ่งสำคัญคือการยอมรับคุณของก็เป็นคนที่อยู๋ในปรถเทศไทยมันเป็นอะไรที่ทำกันมาจนกลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้วมั้งจะมาเปลี่ยนอะไรคงไม่ง่ายนักแล้วของเดิมเองก็ไม่เห็นมันจะมีปัญหาอะไรใหญ่เกิดขึ้นเลย



ก็อย่างว่าหลายอย่างที่สำคัญกว่ามีกฎหมายออกมาปราบปรามแล้วด้วยทำไมเรายังเห็นมันอยู่เต็มไปหมดทำไมเราเห็นแล้วเค้าไม่เห็นละเราเป็นประชาชนแท้ๆ



ความคิดส่วนตัวนะผมว่าหลักๆมันมาจากการเรียนรู็ที่ถูกต้องของแต่ละคนละ

ยกตัวอย่างที่เห้นง่ายและชัดที่สุดครับ เช่น ประเด็นที่3เรื่องสื่อลามก

ถามจริงๆว่าถ้ามันมีความคิดหรือความรู้ที่ถูกต้องมันดูไปมันก็ไม่ได้ไปฆ่าข่มขื่นใครอยู่ดีพวกที่มันทำให้เกิดเรื่องก็มีแต่พวกที่ได้รับการการศึกษามาอย่างผิดๆ  อาจจะดูเหมือนพูดแรงแต่ผมว่าถ้ามาจากครอบครัวที่ดีจริงๆมันต้องแยกแยะอะไรได้ไม่ใช่แค่มีในครอบครองแล้วมันจะอันตรายกันหมด ถ้าว่างจะมาทำแบบนี้ทำให้ทุกคนในประเทศแยกแยะถูกผิดเป็นมันจะไม่ทำให้ประเทศดีขึ้นกว่าหรอ?



แล้วก็อีกเรื่องหลายคนคงพูดกันไปแล้วละ ลิขสิทธิ์ ผมยอมรับและเห็นด้วยครับว่ามันก็ผิดจริงๆแต่ว่ากล้าพูดไหมละไม่สิว่ามั่นใจเลยละว่าแม้แต่ในหน่วยงานICTเองก็ยังใช้ของCoppyมาเลยแบบนี้ก็อย่ามาว่าUserคนอื่นเลยแล้วปัญหาเรื่องนี้ผมว่ามันมีมาเรื้อยรังจนแก้ยากไปแล้วละครับมันเป็นมานานแล้วที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นมันมีปัญหาระดับประเทศออกข่าวเลยนิครับเอาเวลาไปพัฒนาอย่างอื่นดีกว่า

เห็นด้วย ๆ ตอนนี้มันคงไม่ได้คิดอะไรหรอก นอกจากคิดเเต่จะสร้างปัญหา เเละเอาประโยชน์ใส่ตัว

กฏหมายอำมาตร ตัดทิ้งไป ให้มีประชาธิปไตยก่อนค่อยจัดทำ ต้องฟังเสียงของประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศเท่านั้น พวกรับราชการและรับเงินเดือนจากภาษีประชาชน ต้องรับใช้ประชาชน ไม่ทำร้ายประชาชนในทุกรูปแบบอย่างนี้

ICT เหอะๆ  อย่าคิดว่าคุณ จัดการโลก Cyber ของเราได้หมดนะ คนเก่งกว่าคุณมีอีกเยอะ

ถ้าคนเก่งรวมตัวกัน ต้านคุณเมื่อไหร่  คุณเตรียมตัวยุบไปได้เลย 

อย่างนี้จะไม่ซวยกันหมดเลยหรอ ถ้าเกิดเราทำอะไรผิดไปโดยไม่รู้ตัว เเล้วถ้าโดนจับจะทำยังไงกัน นี่รัฐคิดอะไรอยู่กันเเน่ครับ ทำอะไรไม่นึกถึงประชาชนเลย ต่อไปมีอะไรคงเเสดงความคิดเห็นไม่ได้เเล้ว ทำอะไรก็ผิดไปหมด เเถมยังมีโทษหนักอีกต่างหาก .... ตาย ตาย ตาย

พวกเก่งแต่ทำเรื่องวิบัติ

ไร้ความสามารถในการกำกับ, ดูแล เลยต้องออกกฎหมายแบบปิดให้ประชาชนไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่า "นำคอมพิวเตอร์มาเป็นเครื่องประดับบ้าน หรือไม่ก็ตั้งศาลเจ้าคอมพิวเตอร์ไว้กราบไหว้บูชา"

อนาจรัฐบาลชุดนี้ (ไปลงนรกเถอะนะน้องนะ)

อ่าว...แล้วถ้ามีกฎหมายแบบนี้

แค่เปิดเว็บไซต์มาดูหน้านี้ผมก็ผิดสิครับ ในเมื่อข้อมูลpageนี้ก็ถูกdownloadเก็บไว้ในเครื่องแล้ว

ผมว่าหลายท่านคงไม่มีเจตนาทำเรื่องไม่ดีหรอกครับ คงไม่มีใครนำข้อมูลเหล่านี้ไปขายหรอก(ยกเว้นพวกCDเถื่อน ซึ่งผมว่าควรเพิ่มมาตรการในการจัดการกับตรงนี้จะดีกว่าครับ)

ไร้สาระมากแก้ไขปัญหาไม่ถูกที่ เอาเวลามาทำอะไรไร้สาระแบบนี้ แทนที่จะไปแก้ปัญหาที่มันสำคัญกว่า

เหมือนพม่าเลยว่ะ 555

งั้น  3G ไม่ต้องมี 

อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ยกเลิกมันให้หมด

[คนที่ออกกฏหมาย เคยใช้เวลาเล่นอินเตอร์เน็ตบ้างหรือป่าว หรือมัวแต่นั่งคิดว่า วันนี้จะกิน จะโกง เรื่องไรดี ]

^

^

^

Like x 1000000000000000



เเต่ผมว่าพม่าดีกว่า เพราะเค้าเป็นเเบบนั้นมานานมากเเล้ว ประชาชนคงชิน เเต่ว่าถ้าเกิดใช้อะไรเเบบนี้ขึ้นมาจริงๆ คนไทยหลายกลุ่มคงได้รับผลกระทบอย่างมากเเละคงจะทรมาณน่าดู

ถ้าไม่หยุด ควรเลิกใช้อินเตอร์เน็ตกันดีกว่า ช่างคิดได้ มิน่าประเทศชาติถึงได้เจริญขนาดนี้ ข้าวของ ราคาถูก ๆ เน้อช่วงนี้

ในเมื่อ รู้ว่า มันควบคุมยาก ออก พรบ. มาขู่ แต่ไม่จับจริง แล้วจะออกมาทำไม ไม่เข้าใจ อันเดิมที่ออก ก็ไม่เห็นจะจับใครได้ มาออกใหม่อีก ก็แก้ปัญหา ที่ปลายเหตุอยู่ดี น่าจะเอาเวลา ไปทำอย่างอื่น เนอะ / จ๋าจ้า โปรดส่งใครมารักช้านที

ไอ้พวกเน็ตแรงๆนี่ไม่ได้เอาไว้โหลดไฟล์ โหลดบิท ให้ว่องขึ้นเหรอครับ

ถ้าโหลดไม่ได้ไอ้พวกที่ให้บริการ  เอาไรกินครับ

เหอะๆ อยากรู้จริงๆว่าคนที่คิด พรบ.นี้จบระดับไหนมา

                        สิ้นคิดอ่ะ   ดอกเตอร์เลยทีเดียว

Hacker จากอินโดนีเชีย มาแฮ๊กค์เว็บผม แล้วพวกคุณตามไปเอาผิดมันได้ไหมครับ

Hacker ในไทยบางส่วนที่คอยเป็นผู้ตรวจสอบ มันก็ด้อยวิชาลง



มีอะไรอีกไหม ที่จะทำร้ายคนในประเทศเดียวกันอีก

พวกเรายอมสละเงินที่พยายามใช้แรงงานหามาทั้งวันเพื่อแบ่งเงินส่วนนี้ ไปเป็นเงินเดือนของพวกคุณ เพื่อให้พวกคุณ ตั้งใจทำงานให้ดี ให้มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

แต่นี่ พวกคุณกำลังเล่นอะไรกันหรอ

แต่ผมเห็นด้วย สนับสนุนใน ประเด็นที่ 4 - 5 - 6 เท่านั้น  เ้พราะ ผมเห็นว่ามันเป็นสิ่งเลวร้ายจริงๆ

ฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่บ้างเถอะ เรารักสงบ แต่เราก็ไม่ชอบให้ใครรุกราน ละเมิดความเป็นส่วนตัว



แต่ถ้าเป็นพวก ชนกลุ่มน้อย ที่ตั้งกลุ่มประท้วงทั้งหลาย ที่เอาข้อมูลบิดเบื้อนมาลง คุณก็จับให้มันได้จริงๆ เถอะ ไม่ใช่มาจับประชาชนคนรักสงบอย่างคนไทยเรา

บอกได้แค่

WTF !!!!

เป็นการถอยหลังเข้าคลอง เทคโนโลยีเขามีไว้ให้ แต่นี่อะไรออกกฎหมายมาห้าม เด็ก ๆ จะค้นคว้าวิจัยอะไรได้ สังคมมีไว้แบ่งปัน แต่ดูยังเนี่ยแล้ว กฎหมายแล้งน้ำใจว่ะ

เอาเวลาไปพัฒนา 3G หรือ Internet ให้ดีกว่านี้เหอะมั้ง ไร้สาระ

 

ไม่่ต้องห่วงครับแต่ขอให้รู้ใว้ว่าถ้ากฎหมายนี้สำเร็จคะแนนเสียงของคุณจะลดลงแบบเหนือบรรยาย

คนไม่มีตัง ก็ยิ่งลำบากเวลาส่งงานก็มี power point อะไรอีก แพงบัดสบ ซื้อไปซื้อมาคอมถูกกว่าซอฟแวร์ไม่กี่ตัวอีก ใหนจะค่าเน็ตอะไรอีก adobe รุ่นใหม่ๆตัวเป็นแสน ถ้าจับได้ว่ารัฐมีของเก๋สักตัว จะฟ้องแมร่งให้ย่อยยับ ถ้าคุณแน่จิงก็ต้องให้ค่าซอฟแวร์ไปหักภาษีได้ด้วย เงินเดือนก็็ไม่พอจะแดกอะไรแล้ว ซื้อแค่ window+MS Office ก็แดกไปครึ่งหมื่นแล้วครับ แล้วใหนจะ adobe อีกหลายชนิด ANTI-VIR อีก แล้วไม่ต้องเพิ่มเกมเพิ่มหนังอะไรเลย คอมน่ะเว้ย ถ้าทำได้แค่นี้ แล้วซื้อคอมมาก็ไม่คุ้มอีก แต่มันก็มีข้อดีครับ ต่อไปคนไทยจะสามารถปลอมของเถื่อนเป็นของแท้ได้อีก กฎหมายนี้มันก็ไร้ค่า แถมทำให้คนคนไทยปลอมของเก่งขึ้นด้วย ต่อไปเราจะไม่มีแค่ crack แล้วเราจะมี stealth ด้วย คนรวยๆก็เอาแต่ตั้งกฎหมายแบบนี้ จะพััฒนาประเทศ ให้คนรวยมากขึ้น คนจนมากขึ้นหรอครับ แล้วต่อไปพวกคุณก้จะได้เห็น สาเหตุเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่ถูกโค่นล้มลงครับ คนรวยอยู่สบาย คนรวยไม่มีจะกิน สุดท้ายแล้วทหารก็จะมาร่วมด้วยถล่มคุณละครับ เพราะพวกเขาก็มีส่่วนได้ส่วนเสีย ทำเป็นมาดูแลคนจน พอมีค่าใช้จ่ายพวกนี้โรงเรียนก็ค่าเทอมแพงขึ้นอีก แม่งเอ๋ย คิดบ้างมัยว่ามันส่งผลกระทบแค่ใหน คอมมันอยู่ทุกทีแล้ว บอกว่าจะต่อเน็ตทั่วประเทศ ถ้าคนจนๆไม่มีตังซื้อ window แล้วจะมีเน็ตใว้ทำซากอะไร พัฒนาอะไรโง่ๆ แต่ว่าถ้าโค่นทิ้งจะเอาพรรคอะไรขึ้นดีเนี่ย --" คงต้องกา no vote ละครับ 

ที่นี้มาคิดความเสียหายกัน

65 ล้านคน กับคอม น่าจะสัก 20 ล้านเครื่อง 

ค่าwindow 3000 x 20,000,000 ใครได้ประโยช์ สหรัฐ

ค่า MS Office 3000 x 20,000,000 ใครได้ประโยช์ สหรัฐ

1/4 ของคอมแต่ละเครื่งจะต้องมี adobe บ้าง

ค่า Adobe 3000  x 5,000,0000 ได้ประโยช์ สหรัฐ

โดยแค่สหรัฐยื่นเงินใต้โตะให้คนตั้งกฎหมายคนละล้าน 3000 คนมั้ง

3000 x 1,000,000 ใครได้ใครเสียว่ะ เงินนี้ ก็ไม่ได้เข้าประเทศ 

คอรัปชั่นกันบาน ไม่ว่าพรรคใหนๆ เอาตังไปสร้างทางรถไฟความเร็วสูงรวมกับจีนดีมั้ย

ใครคิดว่าผมพูดถูกก็บอกด้วยแล้วกันครับ --" เบื่อพวกรวยทำลายชาติว่ะ

ถ้าคุณจะออกกฎหมายพวกนี้นะครับผมแนะนำตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตทั้งประเทศไปเลยดีกว่าครับอย่ามาออกกฎหมายให้มันน่ารำคาญเลยตัดทิ้งไปผมจะย้ายประเทศไปอยู่ลาวก็ได้

เมื่อก่อนคำด่าที่ว่า "อย่าลาว" มันแรงนะครับเดี๋ยวนี้ ผมยอม "ลาว" ครับอยู่ "ลาว" อะไรมันดีกว่า "ไทย" เยอะแล้วนะครับ นอกจาก ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของไทย ที่ผมยังชื่นชมอยู่

อีกอย่างนะครับแม่บทกฎหมายมันควรจะ "เจาะจง" เป็นส่วนกระทำผิด เป้นส่วนๆๆๆๆๆๆ ไปเหมือนกับการเล็งยิงปืนไรเฟิ้ลใส่เป้า คนตายมีคนเดียวแต่ที่คุณร่างออกมาอย่างนี้ มันเหมือนกับการ "ขว้างระเบิด" ลงไปในกลุ่มประชาชน เลยนะครับ



อ้างอิง

[ประเด็นที่ 2 คัดลอกไฟล์ จำคุกสูงสุด 3 ปี]

เป็นการกล่าวให้ทราบว่า "นอกจาก FREEWARE คุณไม่สามารถโหลดไฟล์อื่นอันเป็นไฟล์ที่มีลิขสิทธิ์ มาใช้งานในเครื่องคุณได้" ไม่ว่าจะเป็นซอฟแวร์ระบบ จากวินโดวส์เถื่อน หรืออะไรก็ตามแต่

เผื่อพวกคุณไม่รู้ครับ

 "ค่าลิขสิทธิ์ซอฟแวร์ 1 โปรแกรม(บางโปรแกรม) แพงกว่าเงินเดือนนายกเดือนนึง"



คุณรู้รึเปล่า? ว่าค่าแผ่นลิขสิทธิ์แท้มันแพงขนาดไหน?

เมื่อเทียบกับปริมาณการใช้งาน ความต้องการของคน กับ

"ความเร็วในการพังของคอมพิวเตอร์" ทั้งจาก ไวรัสและอื่นๆ

ถ้าให้ผมมานั่งซื้แผ่นแท้ทุกโปรแกรมนะครับ คอมเครื่องหนึ่งต้องเสียเงินไปไม่ต่ำกว่า 5หมื่น

ยิ่งถ้าเป็นภาคธุรกิจ หรือภาคอุตสาหกรรม มากกว่านั้นครับ (ยังไม่นับ ฝ่ายงานที่ต้องทำกราฟฟิค เกี่ยวกับ ADOBE) ผมไม่ว่าครับ ถ้าคุณสามารถแก้ปัญหา ไวรัส สแปม ต่างๆที่มัน "เคย" ออกมาแล้ว

และตอนนี้มันแพร่กระจายอยู่ทั่วประเทศเรา ไม่รู้ตั้งกี่ล้านไฟล์



ช่างเถอะครับ พูดไปก็เหนื่อยเปล่า ถ้าคนร่างเค้าไม่มาั่นั่งอ่าน

ความคิดผมอาจจะผิดไปบ้าง เพราะอาจจะทำความเข้าใจกับแม่บทที่จะร่างขึ้นมาใหม่ผิด

แต่ที่ผมพูดไปผมพูดไปตามที่ผมเข้าใจครับ

PS. แผ่นวินโดวส์ก็หลักพันล่ะนะ.... (ทำำให้คนบ้านนอกคนนึงอู่ได้ไปเดือนนึงเลยนะครับ)

เห็น แล้วเหนื่อยใจ ต่อไปคนไทยใช้ word เป็นก็พอละมั้ง

ทีนี้การเข้าเว็บของคนไทย ก็ไม่ต่างกับการอ่านใบปลิวที่ติดตามเสาไฟฟ้าละ

งั้น พวกคุณไปจับคนที่สถานีตำรวจสิ ที่นั่นวินโดว์เถื่อนล้วนๆ

ขอประทานโทษ คุกคุณพอ หรอ

บิท ผิดกฎหมาย แล้วจะมีโปรแกรม โหลดบิท มาเพื่อ?

โรงพยาบาลที่ผมอยู่ คอมพิวเตอร์ เถื่อนทั้งนั้น แน่จริงจับสิ

ป้อมตำรวจบาน โรงเรียนเยอะ โรงบาลยังมี ไล่จับให้หมดนะ

ICT = I'm cancle Tenology

คำง่ายๆ บัดซบ

inknoyza's picture

ใช้อะไรร่าง พ.ร.บ. เนี่ย ใช้หัวหรือ หัวแม่เท้า กัน ครับ

ทำอะไรแต่ระอย่าง (ไม่รู้จะพูดอะไรละ) บอกคำเดียว ว่าวันหลังถ้าจะคิดอะไรก็ใช้หัวข้างบนคิดไม่ใช้หัวข้างล่าง คิดบ่างนะครับ คิดอะไรแต่ระอย่าง (เ_ีย) มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เหอะๆ

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ถ้าออกกฎหมายมาเช่นนี้ ผมคิดว่าประเทศไทยเรากลับไปใช้กระดานฉนวนเลยไม่ดีกว่าหรือ อินเตอร์เน็ตมีไว้เพื่อ!!

แมงโคตรเกรียน เลยห่า เอ้ย ปยอ ซิบหาย

ร่างมาเพื่อเอาใจพ่อมะกันหรอ

ออกมาจริง เค้าก็หนีไปใช้บริการต่างประเทศอยู่ดี

ผมว่ายกเลิกการให้บริการสารสนเทศ และคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยเลยครับ

รับรองว่าคุณๆจะไม่เดือดร้อนกัน

ว่างมากหรือไงเนี่ย ชอบหาเรื่องใส่ตัวดีจริงๆ

 

คอมพิวเตอร์สร้างมาเพื่อ อะไร แล้ว มาโทษประชาขน เด็กและเยาวชน ที่เรียนรู้ มีไฟล์คัดลอกข้อมูล ดาวน์โหลดข้อมูล แล้วนักเรียน นักศึกษาทำงาน ส่งงานอาจารย์ก็ผิดซิ เพราะคัดลอกไฟล์ข้อมูล เอาไว้ผิดกฏหมาย งั้น คนที่ใช้คอมพิวเตอร์ก็ต้องผิดหมดซิ ไม่ใช่แค่เด็ก และเยาวชน เพราะในสำนักงานต่าง ๆ ก็มีไฟล์คัดลอกข้อมูลเป็นของแท้ หรือ ของปลอมตรวจสอบที่มาได้หรือเปล่า ตั้งมากมาย แล้วมีไว้ในครอบครองถือว่ามีความผิด ควรพิจารณาดูให้ดีก่อน แล้วมาโยนความผิดให้เด็ก และเยาวชน แล้วคนที่ออกกฏหมายมาตรวจดูหรือยังว่าในเครื่องที่ใช้งาน มีไฟล์ที่ถูกกฏหมายหรือเปล่า มันก็ต้องมีที่ผิดกฏหมายเหมือนกันนะและไม่เห็นด้วยกับกฏหมายฉบับนี้ เพราะคนที่ใช้ทุกคนที่มีความพิวเตอร์ก็ต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมดร่วมทั้งผู้ที่มีคอมพิวเตอร์ในครอบครอง ถูกต้องไหมแม้แต่คนที่ออกกฏหมายมาแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นไฟล์คัดลอกของแท้

ทำอะไรก็คิดให้ดีก่อนเพราะ กฏหมายมันกว้างมาก... ประชาชนทั่วประเทศเดือดร้อน ไม่ใช่ว่าฉันเป็นคนออกกฏหมายถูกเสมอ จะทำอะไรกได้ มันไม่ใช่  ควรยกเลิกกฏหมายมาตราเหล่านี้ทั้งหมด

งั้นก็ออก พรบ ห้ามใช้อินเทอร์เนต ในราชอาณาจักรไทยไปเลย  ถ้า พรบ นี้ผ่านจะมีอินเทอร์เนตไว้เพื่อ?

ปากบอกเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตย แต่เรื่องนี้จำกัดเสรีภาพมากไปนะ

แค่นี้เน็ตไทยก็กากจะตายอยู่แล้ว ใช้ความเร็วไม่เคยเท่าที่โฆษณา ยังจะมีกฎกากกากกันมาอีก เมืองไทยหนอ

 เป็นการเปิดช่องว่าง ให้เจ้าหน้าที่ไถ่เงินประชาชนได้อย่างดี...... ตามที่ตั้งใจ....

ห้ามนู่นห้ามนี่ห้ามมันทุกอย่าง หวังว่าคงไม่ผ่านนะ ถ้าผ่านละก็...

มึงตัดinternetทั้งประเทศเลยดีกว่าาาาาา มีไว้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วล่ะ

ปล.3จง3จีก็คงไม่มีอีกแล้วววววววว...

ความคิดเห็นส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเยอะมาก  ไม่ทราบว่า ยังจะเผด็จการ ร่างกฏหมายต่อไปหรือไม่ครับ

55

ทำไมต้องยุบICTด้วยละผมทำงานที่นั้นนะ เดียวผมไม่มีตั้งหาด พวกผมทำงานกันกับพี่ ทีมงานนิสับดีดี