สัปดาห์ที่3 เดือนม.ค.: ชาวปากมูนร้อง เปิดเขื่อนถาวร

สัปดาห์ที่3 เดือนม.ค.: ชาวปากมูนร้อง เปิดเขื่อนถาวร

เมื่อ 20 ม.ค. 2554

ชาวปากมูนร้อง เปิดเขื่อนถาวร

เมื่อวันที่ 14ม.ค. ที่หน้าศาลากลางชั่วคราว จ.อุบลราชธานี นางสมปอง เวียงจันทร์ นายบุญมี คำเรือง นำตัวแทนสมัชชาคนจนเขื่อนปากมูล จำนวน 5คน ยื่นข้อเสนอกับนายประวัติรัฐิรมย์ รอง ผวจ.อุบลฯ ให้จังหวัดเสนอข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดการเจรจากับผู้ชุมนุมอย่างเป็นทางการ โดยต้องมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เป็นประธานเท่านั้น

 

ข้อเสนอของสมัชชาคนจน ได้เรียกร้องต่อรัฐบาล 2ข้อ คือ ให้เปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลโดยถาวร และชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนตลอด 20ปีที่ผ่านมา หากไม่ได้รับคำตอบภายในวันที่ 17ม.ค. กลุ่มสมัชชาคนจน จะยกระดับการเคลื่อนไหวทันที

 

นายธวัช วัจนะพรสิทธิ์ โฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า "คณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ซึ่งมี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็นประธานนั้น รัฐบาลได้ตั้งขึ้นเพื่อให้มาศึกษารวบรวม และตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล และจัดทำรายงานเสนอต่อรัฐบาลเพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล โดยคณะกรรมการแก้ไขปัญหาฯ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 2ชุด ได้แก่ คณะอนุกรรมการรับฟังความเห็นของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนปากมูล และคณะอนุกรรมการศึกษาข้อมูลงานวิจัยและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล เพื่อไปรวบรวมข้อมูลแต่ละด้าน ซึ่งจากการประชุมครั้งล่าสุดคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนปากมูล ยังต้องรวบรวมข้อมูลอื่นๆ ให้รอบด้านเพื่อนำมาพิจารณาประกอบกับข้อมูลที่คณะอนุกรรมการทั้ง 2คณะนำเสนอ ก่อนที่จะเสนอต่อรัฐบาลพิจารณากำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป" โฆษก กฟผ. กล่าว

 

เมื่อวันที่ 17ม.ค. เครือข่ายสมัชชาคนจนนับพันคนที่ชุมนุมหน้าศาลากลางจ.อุบลราชธานี เป็นวันที่ 5ต้องประสบกับอากาศหนาวจัดและขาดน้ำจนล้มป่วยหลายคน ผู้ชุมนุมยังประสานขอรถสุขา ถังน้ำดื่ม และยารักษาโรคจากทางราชการเพิ่มเติม เนื่องจากปริมาณผู้ชุมนุมมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้น้ำดื่ม น้ำใช้ และห้องน้ำมีไม่พอ ยาสามัญใช้รักษาโรคที่ผู้ชุมนุมต้องการ คือยาแก้ไข้ แก้หวัด และท้องเสีย เพราะสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงกลางคืนอากาศหนาว ลมแรง ส่วนกลางวันอากาศร้อนจัด ล่าสุด ผู้ชุมนุมเริ่มท้องเสีย เพราะนำน้ำที่ไม่สะอาดเพียงพอไปต้มดื่ม

 

แพทย์สภาคนใหม่โชว์ฟ้องสธ. ฐานดันพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ

นพ.โชติศักดิ์ เจนพาณิชย์ ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการแพทยสภา วาระพ.ศ. 2554-2556ออกแถลงการณ์ในนามชมรมแพทย์เพื่อวิชาชีพแพทย์ (ชพพ.) ยื่นฟ้องกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยระบุว่า กระทรวงสาธารณสุข ผู้ถูกฟ้องที่ 1ได้ยกร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ โดยมิชอบด้วยกฎหมาญ ขัดต่อพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 3มาตรา คือ มาตรา 82เรื่องการลงมติของที่ประชุมที่ให้ถือเสียงข้างมาก จากกรณีสรุปข้อเสนอ 12ประเด็นของคณะกรรมการสร้างเสริมความสมานฉันท์ มาตรา 83เรื่องรายงานการประชุมต้องมีรายงานเป็นหนังสือ ถ้ามีความเห็นแย้งให้บันทึกความเห็นแย้งพร้อมทั้งเหตุผลไว้ในรายงานการประชุม มาตรา 79เรื่ององค์ประชุม การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม

 

ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะผู้ถูกฟ้องที่ 2ได้ร่วมรวมร่าง แก้ไข เพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ และรับรองร่างกฎหมายฉบับนี้ทั้งๆ ที่กระบวนการ เนื้อหา ผิดกฎหมาย ไม่ถูกต้องครบถ้วน ตามแนวทางคู่มือแบบร่างกฎหมาย ซึ่งออกเอง

 

จับตากลุ่มอิทธิพล รีดเลือดวินมอไซค์แท็กซี่ผู้ค้าริมทาง

เมื่อวันที่ 20ม.ค. 54นายสังสิต พิริยะรังสรรค์ หัวหน้าคณะติดตามนโยบายประชาภิวัฒน์เรื่องเศรษฐกิจนอกระบบ เดินทางหารือพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.และผู้บริหารระบบสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขับเคลื่อนการทำงานในการลดอาชญากรรมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน นายสังสิต กล่าวภายหลังหารือผบ.ตร.ว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งคณะกรรมทำงานเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วโดยมีพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.เป็นหัวหน้า และมีพล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิ์พร เป็นรองหัวหน้า พร้อมทั้งมีการตั้งโฆษกเฉพาะเพื่อดูแลในเรื่องนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชนที่ยังมีความกังวล เรื่องของวินมอเตอร์ไซด์รับจ้าง แม่ค้าแผงลอย แท็กซี่ เพราะมีผู้มีอิทธิพลเข้าไปเก็บเงินสร้างความเดือดร้อน อย่างแท็กซี่ก็มีกลุ่มคนมีสีซึ่งไม่ใช่ตำรวจทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลเรียกเก็บเงินในสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และสถานีขนส่งต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้ทางผบ.ตร.ได้ตั้งพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษาสบ.10เข้าไปดูแล นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่ทางตำรวจจะต้องประสานกับทางกทม.ในการตีเส้นเหลืองเพื่อเป็นจุดผ่อนผันให้กับผู้ค้า

 

ด้าน พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า นอกจากจะประเมินการลดอาชญากรรมด้วยตัวเลขแล้วเราจะประเมินความหวาดกลัวอาชญากรรมของประชาชนด้วย ซึ่งได้ผลมากในอเมริกาโดยจะมีองค์กรกลางมาประเมินอาจเป็นสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ซึ่งตรงนี้ทางตำรวจนครบาลต้องไปศึกษารูปแบบอีกที

 

ทีดีอาร์ไอแนะเร่งปฏิรูปภาษีเก็บเงินคนรวยเพิ่ม

ทีดีอาร์ไอชี้คนรวย 1.6ล้านครอบครัวในเมืองไทยยังเสียภาษีไม่เต็มที่ แนะรัฐยกเครื่องระบบลดหย่อน-ยกเว้น พร้อมเก็บภาษีที่ดิน-สิ่งปลูกสร้างให้ครอบคลุมที่อยู่อาศัย

 

นายสมชัย จิตสุชน นักวิชาการจากทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ระบบภาษีปัจจุบันยังไม่มีความเป็นธรรมและไม่ส่งเสริมการแข่งขันของประเทศ เนื่องจากเก็บภาษีได้ต่ำกว่าศักยภาพของประเทศ โดยเก็บได้เพียง 17%ของจีดีพี ทั้งที่จริงควรเก็บได้ในสัดส่วน 20%จีดีพี หรือ ประมาณ 3แสนล้านบาท

 

"ปัจจุบันมีคนรวยในเมืองไทยที่เสียภาษีไม่เต็มที่ประมาณ 1.6ล้านครอบครัว ดังนั้นต้องมีการขยายฐานภาษีรายได้บุคคลธรรมดาให้เสมอภาค และควรเก็บตามความสามารถในการจ่ายจริง ควรมีการยกเครื่องเรื่องค่าลดหย่อน แต่ไม่จำเป็นต้องปรับอัตราภาษี เพราะโครงสร้างภาษีมีการยกเว้นกลุ่มอาชีพหรือภาคเศรษฐกิจ"นายสมชัยกล่าว

 

นอกจากนี้การเก็บภาษีทรัพย์สินในปัจจุบันยังมีการเก็บไม่มาก ดังนั้นควรเร่งเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยหากไม่ยกเว้นที่อยู่อาศัยก็จะเก็บภาษีได้ประมาณ 1.3แสนล้านบาท แต่หากยกเว้นจะได้ประมาณ 1แสนล้านบาท ต้องยอมรับว่าเป็นภาระสำหรับคนมีทรัพย์สิน แต่ที่ผ่านมาก็เสียน้อยมาก ขนาดยกเว้นภาษีที่อยู่อาศัย ยอดรายได้ที่เก็บก็ยังไม่ลดมากนัก

 

ครม. อนุมัติงบฯกลางปี 1.1แสนล้าน

เมื่อวันที่ 18ม.ค. 54ในการประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ครม.อนุมัติให้กระทรวงการคลังจัดทำงบประมาณเพิ่มเติม วงเงินไม่เกิน1.1แสนล้านบาท เนื่องจากในไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2554รัฐบาลจัดเก็บรายได้เกินเป้าประมาณ 4หมื่นล้านบาทคาดการณ์ว่าการจัดเก็บรายได้ทั้งปีเกินเป้า 1.2แสนล้านบาท ส่งผลให้การจัดเก็บรายได้รัฐบาลทั้งปี เพิ่มขึ้นเป็น 1.77ล้านล้านบาท จึงขอให้ ครม.เห็นชอบการจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางปี 2554วงเงินไม่เกิน 1.1แสนล้านบาท แบ่งเป็น 3รายการ คือ เพื่อชดใช้เงินคงคลัง จำนวน 84,142ล้านบาท จัดสรรให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 5,000ล้านบาท และจัดสรรให้ผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

 

ปชป.ประชาวิวัฒน์ ขึ้นเงินเดือนตร.ชั้นประทวน

เมื่อวันที่ 20ม.ค. ที่ พรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.เงินเดือนข้าราชการตำรวจ พ.ศ... เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาศึกษาในร่างกฎหมายดังกล่าวแล้วเสร็จ และจะส่งให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรจุเข้าวาระการประชุมในสองสัปดาห์นี้ โดยมีสาระสำคัญที่เป็นประโยชน์กับองค์กรตำรวจอย่างยิ่ง คือ การพิจารณาขึ้นค่าตอบแทนเพิ่มเติมให้กับข้าราชการตำรวจโดยเฉพาะชั้นประทวนจากเพดานเดิม 22,500บาท และ ร่างของคณะรัฐมนตรีเสนอให้ปรับขึ้นเป็น 25,700บาท แต่ทางคณะกรรมาธิการได้เสนอให้ปรับขึ้นเป็น 33,450บาท ซึ่งถือว่า ทะลุแท่งเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับนายร้อย และ เป็นการขึ้นเงินเดือนตามสภาวะเศรษฐกิจ โดยขึ้นตามฐานเงินเดือนของทหาร ที่ปรับขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว และยังถือเป็นขวัญและกำลังใจ ซึ่งไม่เกี่ยวกับประสิทธิภาพในการทำงาน คาดว่าที่ประชุมสภาจะสามารถพิจารณาผ่าน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ได้ก่อนเดือนเมษายนนี้ ซึ่งจะเป็นช่วงก่อนการเลือกตั้ง โดยได้มีการกำหนดให้มีผลย้อนหลังถึงเดือนตุลาคม 53

 

ว.หนุนตั้งกองทุนสื่อเพื่อเด็กและสังคม

เครือข่ายกว่า 37องค์กร ทั้งภาควิชาการ ภาคประชาชน เครือข่ายครอบครัว เครือข่ายเด็ก สภาเด็กและเยาวชน และอื่นๆ ผลักดัน ร่างพ.ร.บ.กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ.... ซึ่งปัจจุบันได้ผ่าน มติ ครม. เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว

 

พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี พระนักวิชาการ กล่าวว่า กองทุนนี้ควรจะมีลักษณะเป็นองค์กรอิสระที่มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการสูง เป็นองค์กรที่ปลอดจากการแทรกแซงของอำนาจรัฐ ปลอดจากการแทรกแซงของอำนาจทุนหรือกลุ่มผลประโยชน์ ทำอย่างไรจะให้สื่อมืออาชีพได้ทำสื่อน้ำดีให้คนเห็นมากขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคสื่อแยกออกว่าทำงานแบบมืออาชีพหรือทำงานแบบมักง่ายเป็นอย่างไร 

 

"ถ้าคนไทยได้บริโภคสื่อดีๆ วันหนึ่งเด็กจะเลือกเป็นว่าสื่อที่ดีและมีมาตรฐานที่จะสร้างสรรค์พัฒนาสังคมนั้นเป็นอย่างไร สื่อมักง่ายก็จะลดน้อยลงโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้สื่อควรจะช่วยกันก่อตั้งกองทุนสื่อดีๆ เป็นปากเป็นเสียง และเป็นเสมือนเข็มทิศทางสติปัญญา เป็นขุมคลังทางปัญญาของคนทั้งประเทศ เป็นที่ฝากความหวังอีกทางหนึ่งในยามที่เรามืดมิด"

 

ศาลชี้ตร.เคอร์ฟิวเด็กขัดรธน.

นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยกรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาลเตรียมออกมาตรการห้ามเด็กอายุไม่เกิน18ปี ออกจากบ้านหลังเวลา 22.00น.ว่า มาตรการนี้สร้างความตกใจให้แก่เด็กและเยาวชนรวมทั้งพ่อแม่ ผู้ปกครอง เพราะต้องถูกเชิญตัวไปทำประวัติที่สถานีตำรวจ และเรียกผู้ปกครองมารับตัว เพื่อเป็นการแก้ปัญหาอาชญากรรม แต่ในทางปฏิบัติ การดำเนินการใดๆของเจ้าหน้ารัฐ ต้องมีกฎหมายรองรับ หรือให้อำนาจไว้ ตามรัฐธรรมนูญปี 2550มาตรา 26ประกอบมาตรา 29การไปจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นไม่สามารถทำได้ กฏหมายต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง นอกจากนี้ ตามรัฐรรมนูญ มาตรา 34บุคคลต้องมีสิทธิเสรีภาพในการเดินทางในประเทศ และมีเสรีภาพในการเลือกถิ่นที่อยู่ มาตรการเคอร์ฟิวเด็ก จึงมีผลกระทบต่อสิทธิ และเสรีภาพของเด็กและเยาวชนโดยตรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 52กำหนดว่า เด็กและเยาวชน มีสิทธิในการอยู่รอด และได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสภาพแวดล้อม คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ มีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากรัฐ ให้ปราศจากการใช้ความรุนแรง และการปฏิบัติอันไม่เป็นธรรม การแทรกแซงและการจำกัดสิทธิจะกระทำมิได้

 

ดังนั้น เห็นได้ว่าการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลไม่สามารถกระทำได้ เว้นแต่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ การห้ามเด็กหรือเยาวชนอายุต่ำกว่า 18ปี อยู่นอกเคหสถานหลังเวลา 22.00น. โดยไม่มีเหตุอันควร เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานเว้นแต่มีกฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น