ลดอคติต่อผู้ประกอบการภาพยนตร์และวิดีทัศน์

ช่วยกันตัด เฉือน หั่น พ.ร.บ.ภาพยนตร์

เมื่อ 22 ก.พ. 2553
ออกแบบ
5

ลดอคติต่อผู้ประกอบการภาพยนตร์และวิดีทัศน์


 

          มาตรา ๓๙ ผู้ที่จะขออนุญาตประกอบกิจการตามมาตรา ๓๗ หรือมาตรา ๓๘ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
          () มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
          () ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
          () ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
          () ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับเพศตามประมวลกฎหมายอาญา
          () ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตตามมาตรา ๓๗ หรือมาตรา ๓๘
          () ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๓๗ หรือมาตรา ๓๘ เว้นแต่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตและเวลาได้ล่วงพ้นมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
          ในกรณีที่นิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในวรรคหนึ่ง

 

 

 

 

Comments

girlfriday's picture
เห็นข่าวเรื่องที่จับคนขายวีซีดีริมทาง ถูกปรับสองแสนบาทฐานประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=463258

อ่านแล้วคิดยังไงกัน?
girlfriday's picture
เดาเจตนารมณ์ของกฎหมายว่า คงเป็นเรื่องอยากแก้ปัญหาลิขสิทธิ์
แต่ประเทศนี้ก็มัวแต่สนใจและถนัดไปไล่บี้รายย่อย ไม่เห็นช่วยแก้โจทย์กลไกราคาเลย
girlfriday's picture
กฎหมายนี้บอกว่า จะขายหนังได้
- หนังนั้นๆ ต้องผ่านคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวิดีทัศน์
- คนที่จะขายหนังได้ ก็ต้องได้รับใบอนุญาต

แบบนี้ ผู้ค้ารายย่อยน่าจะหมดสิทธิ์ คนทำหนังอินดี้ก็คงไปขายแผ่นตามกิจกรรมต่างๆ ลำบาก
cocomi99's picture
แปลกจริงกับการใช้กฎหมาย
yingcheep's picture
ละอายจริงๆ ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
อยากรู้เดี๋ยวเล่าให้ฟังหลังไมค์ ว่ามันน่้าละอาจกว่าที่คิดนะ
ผมขอเสนอมุมมองอีกด้าน กรณีการบังคับใช้กฎหมาย
การณีอย่างนี้จะไม่เกิดกับผู้ค้าทั่วไป เนื่องจากว่าขณะจับกุมจะมีเจ้าหน้าที่ลิกขสิทธิ์กับตำรวจมาด้วยกัน เจ้าหน้าที่ลิกขสิทธิ์จะชี้ให้ตารวจจับกุมยึดสินค้า cd vcd dvd แผ่นที่ผิกกฎหมายที่จ้าหน้าที่ลิกขสิทธิ์ชี้ให้จับกุมเอาทั้งสินค้า และคนขายไปสถานนีตำรวจท้องที่ ก็จะเกิดการต่อรองเรียกเงินกัน ของจ้าหน้าที่ลิกขสิทธิ์หากต้องการยุติเรื่อง ซึ่งผู้ค้าทั่วไปที่ไม่ใช่รายใหญ่ต่างก็ต้องการยุตเรื่องด้วยการจ่ายเงินแล้วออกไปขายใหม่ ก็ต้องจ่าย

ในกรณีที่เป็นผู้ค้าที่มีแผงขายประจำ มักจะมีการจ่ายส่วยรายเืดือนให้........... เวลาจ้าหน้าที่ลิกขสิทธิ์จะให้ไปจับ (หลังจากข้บรถตรวจตระเวนหาแผงผู้ค้าและส่งคนลงไปล่อซื้อ ที่จริงผู้ค้าก็พอรู้เนื่องจากเป็นคนแปลกหน้าไม่ใช่ลูกค้าประจำ ) ก็จะโทรแจ้งให้ผู้ค้าที่จ่ายส่วยทราบก่อนไป

อีกกรณีจ้าหน้าที่ลิกขสิทธิ์ จะเรียกเงินกับผู้ค้าเองเลยต้องจ่ายเดือนละเท่าไรต่อรองตกลงกันได้ ถ้าตอลงกันไม่ได้ ผู้ค้าก็ต้งย้ายที่ขาย หรือเปลี่ยนวิธีการขาย บางรายสู้ไม่ไหว ก็เลิกขายไปเลยก็เป็นผลงานของเจ้าหน้าที่ลิกขสิทธิ์ และเป็นผลดีกับเจ้าของลิกขสิทธิ์

กรณีนี้ก็รองคิดคูเอาว่าทำไมถึงถูกจับดำเนินคดี การแก้กฎหมายแต่เพียงอย่างเดียวจะสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่