ช่วยกันตัด เฉือน หั่น พ.ร.บ.ภาพยนตร์

ช่วยกันตัด เฉือน หั่น พ.ร.บ.ภาพยนตร์

เมื่อ 22 ก.พ. 2553

หลักการ

ไฟล์แนบขนาดไฟล์
พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ. 2551187.56 KB
ร่างพ.ร.บ.ภาพยนตร์ ฉบับวันที่ 13 ธ.ค.55.pdf73.99 KB

 

เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เครือข่ายคนดูหนังนัดประชุมครั้งที่ 3 เพื่อหารือเกี่ยวกับจุดยืนของสมาชิกเครือข่ายฯ ที่มีต่อพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.. 2551

จุดหนึ่งที่ทุกคนมีร่วมกันเป็นทุนเดิม คือไม่อยากให้ประเทศไทยมีการเซ็นเซอร์ภาพยนตร์ เพราะนอกจากการเซ็นเซอร์จะเป็นตัวบ่อนทำลายทางความคิดแล้ว ยังมีผลกระทบต่ออนาคตของมุมมองด้านศิลปะทั้งต่อผู้สร้างและเสพอย่างแน่นอน


ภาพจากเครือข่ายคนดูหนัง ในโครงการประกวดภาพ หัวข้อ "พอ หรือ ยัง ตัด บัง เบลอ"

งานนี้ สมาชิกของเครือข่ายคนดูหนังนัดพบกันที่ร้านชาของมูลนิธิหนังไทย ที่ชั้น 3 หอศิลป และวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร หากใครอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นก็จะเห็นภาพของกลุ่มคนที่นิยมชมชอบในโลกของ เซลลูลอยด์ แต่มานั่งกุมขมับหยิบจับกฎหมาย แล้วถกกันแบบมาตราต่อมาตรา

มีหลายเรื่องที่อาจไม่ได้ คิดตรงกันนัก และมีหลายเรื่องที่เห็นปัญหาแต่ยังวาดภาพทางออกได้ไม่ชัดเจนนัก แต่โดยรวมแล้วสามารถสรุปออกมาเป็นหลักการคร่าวๆ ที่อยากเสนอแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ดังนี้

 

หลักการของการเสนอแก้ไขพ...ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.....
  1. กฎหมายภาพยนตร์ ควรหันมาใช้ระบบเรทติ้งแบบเต็มรูปแบบ แล้วยกเลิกการเซ็นเซอร์ การตัด บัง เบลอ ในภาพยนตร์
  1. กฎหมายนี้น่าจะส่งเสริมให้วงการภาพยนตร์ไทยเติบโตแบบใจกว้าง ซึ่งสามารถทำได้โดย
  • ไม่ทำให้การทำหนังและการฉายหนังเป็นเรื่องยาก เปิดกว้างให้คนทั่วไปเช่น คนทำหนังอิสระ นักศึกษา บุคคลทั่วไป ที่สนใจอยากผลิตภาพยนตร์หรืออยากฉายภาพยนตร์ สามารถทำกิจกรรมได้โดยไม่ต้องเจอขั้นตอนที่ซับซ้อน
  • ทำลายกำแพงพรมแดนประเทศออกไป นั่นคือ คนทำหนังในไทย สามารถส่งภาพยนตร์ออกไปต่างประเทศได้ และคนจากต่างประเทศก็สามารถมาสร้างภาพยนตร์ในไทยได้ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนของรัฐ
  • ภาพยนตร์ที่ผ่านการอนุญาตแล้ว น่าจะถือเป็นการอนุญาตที่เนื้อหา ไม่ใช่สื่อหรืิอวัสดุที่ใช้บรรจุภาพยนตร์  
  • กฎหมายนี้ควรคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภคทั่วไป การแลกเปลี่ยนภาพยนตร์กันเองระหว่างผู้บริโภคจึงไม่ควรกำหนดต้องขออนุญาต
  1. การทำงานของเจ้าหน้าที่และคณะกรรมการภายใต้กฎหมายนี้ ต้องมีแนวทางการทำงานที่ชัดเจน เปิดเผย เป็นธรรม และมีกลไกการรับผิด
  • การอุทธรณ์คำตัดสินใดๆ ผลของการอุทธรณ์ต้องไม่สร้างโทษที่หนักกว่าคำตัดสินเดิม เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่มีใครกล้าอุทธรณ์
  • เจ้าหน้าที่จะสั่งหยุดการสร้างภาพยนตร์ได้ ก็ต่อเมื่อมีคำสั่งศาล ห้ามบุกสั่งด้วยวาจา
  • คณะกรรมการภาพยนตร์และวิดีทัศน์ น่าจะมีองค์ประกอบที่ชัดเจนและหลากหลาย มีแนวทางการทำงานที่ชัดเจนเปิดเผย รวมทั้งมีกลไกการรับผิดด้วย
  1. โทษสูงสุดของกฎหมายนี้ ควรปรับให้เบาลง และควรยกเลิกโทษจำคุก เพราะการแสดงความเห็นและการผลิตงานศิลปะใดๆ หากกำหนดโทษไว้สูงเกินไปจะสร้างบรรยากาศการเซ็นเซอร์ตัวเองขึ้น
  1. แก้ไขหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับภาพยนตร์ โดยตัดสิ่งที่ซ้ำซ้อนในกฎหมายอื่นๆ ด้านพาณิชย์ออก เพราะโดยรวม โทษของกฎหมายนี้ค่อนข้างสูง และตัดเงื่อนไขที่ว่า ผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นคนทำหนัง คนทำร้านเช่า คนขายหนัง จะต้องไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยด้านเพศ เพราะการเขียนกฎหมายไว้เช่นนี้ถือเป็นการใส่อคติไว้ในกฎหมาย
 

จากหลักการเหล่านี้ นำมาสู่การแก้ไขข้อความในกฎหมายเดิม และดังที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่า บางเรื่องไม่ได้คิดตรงกัน บางเรื่องเห็นปัญหาแต่ยังไม่แน่ใจเรื่องทางออก จึงขอเปิดกว้างให้ทุกคนช่วยกันระดมความเห็น โดยการแสดงความเห็นแนบท้าย จากนั้น เครือข่ายคนดูหนังจะนำไปประมวลออกมาเป็นร่างฉบับสมบูรณ์

หมายเหตุ:

  • เราใช้วิธี ขีดเส้นฆ่าตรงกลาง ลงบนข้อความที่ไม่ต้องการ แล้ว ขีดเส้นใต้ ที่ข้อความใหม่ที่เพิ่มเติมขึ้น
  • ข้อความที่ถูกขีดฆ่า มีสองเหตุผล คือ อาจเป็นข้อความที่ตัดออกเพราะเนื้อหาไม่ดี หรือเป็นข้อความที่ตัดออกเพราะเชื่อมโยงกับข้อความที่ถูกตัดไปก่อนหน้า
  • คุณอาจงงเมื่อเห็นตัวเลขมาตราเต็มไปหมด ดังนั้น เพื่อความสะดวก แนะนำให้เปิดพ...ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ฉบับปัจจุบันเทียบไปด้วยกันได้ ที่นี่
 
 

 

ความเป็นมา: 

ยกเลิกการเซ็นเซอร์

ยกเลิกเรทส่งเสริม (เรท ๑) และเรทห้ามฉาย (เรท ๗), ยกเลิกอำนาจของคณะกรรมการภาพยนตร์และวิดีทัศน์ไม่ให้สั่งห้ามฉายหนังได้, เปิดกว้างให้หนังกลางแปลงฉายหนังได้มากขึ้น 

อ่านต่อ

ส่งเสริมวงการภาพยนตร์และวิดีทัศน์ให้เติบโตแบบใจกว้าง

นิยามความหมายของโรงภาพยนตร์ให้ชัดขึ้น, ลดเงื่อนไขเพื่อให้ภาพยนตร์ไทยเทศเดินทางสะดวก, ส่งเสริมคนทำหนังอิสระ, การแลกหนังกันดูไม่ใช่อาชญากรรม

อ่านต่อ

เจ้าหน้าที่มีกระบวนการทำงานชัดเจน ตรวจสอบได้ มีกลไกรับผิด

เปลี่ยนองค์ประกอบของคณะกรรมการ ให้คนของรัฐมีไม่เกินครึ่งหนึ่ง, ลบอำนาจสั่งห้ามสร้างหนัง, ย้ำกระบวนการทำงาน จะบุกค้นจับต้องมีหมายศาล, เพิ่มกลไกตรวจสอบและควบคุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวิดีทัศน์, กลไกอุทธรณ์ ห้ามทำให้โทษยิ่งสูงขึ้น

อ่านต่อ

ปรับโทษ มาใช้ระบบเพดานสูงสุด และยกเลิกโทษจำคุก

ทำให้โทษปรับเบาลง โดยเปลี่ยนสำนวนการเขียนกฎหมาย จากแบบเดิมที่เป็น "โทษปรับ XXXXXX บาท ถึง XXXXXXXX บาท" มาเป็น "โทษปรับไม่เกิน XXXXX บาท" และตัดโทษจำคุกออก

อ่านต่อ

ลดอคติต่อผู้ประกอบการภาพยนตร์และวิดีทัศน์

ตัดข้อความที่ไม่จำเป็นออก เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของคนทำหนัง คนทำร้านเช่า คนขายหนัง

อ่านต่อ
0

Comments

0
ตามที่ผมได้ประชุมหารือกันมา ก็เห็นด้วยกับการแก้ไขตามข้อต่างๆ ใน พ.ร.บ.ภาพยนตร์ ตามนี้ครับ อย่างไรก็ตามก็อยากให้มีคนมาแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมเยอะๆ อาจมีจุดที่เรามองข้ามไปก็ได้
0
cuepao's picture
ผมอยากจะเสนอเรื่อง คุณสมบัติของผู้ตรวจสอบและสั่งการเซ็นเซอร์หรือจัดเรตติ้งให้เป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับภาพยนตร์จริงๆและมีเยอะกว่าพวกอนุรักษ์นิยมอะครับ น่าจะเปิดกว้างมากขึ้น
0
ผมเป็นคนหนึ่งที่ต่อต้านพ.ร.บ ฉบับนี้และเป็นคนหนึ่งที่ร่วมประชุมทำงานกับพ.ร.บ.ฉบับนี้มากว่า 3 ปี จนเห็นว่ามันคงเป็นเรื่องยากที่จะต่อสู้กับเอกชนและข้าราชการหัวโบราณ เพื่อนรวมอาชีพเดียวกันก็มักต่อสู้เพื่อตัวเองโดยไม่สนใจหลักการรวม ถ้าเอกสารที่ผมมีอยู่จะเป็นประโยชน์ผมก็ยินดีจะส่งมอบเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขพ.ร.บ.ฉบับนี้.....
0
อยากได้ข้อมูลที่ว่านี้ด้วยเช่นกันค่ะ ไม่ทราบควรทำอย่างไร
0
เอกสารดังกล่าวมีข้อมูลใดเพิ่มเติมครับ รบกวนส่งมาให้ทางอีเมล์ด้วยจะขอบคุณมากครับ
5
girlfriday's picture
เห็นข่าวเรื่องที่จับคนขายวีซีดีริมทาง ถูกปรับสองแสนบาทฐานประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=463258

อ่านแล้วคิดยังไงกัน?
5
girlfriday's picture
เดาเจตนารมณ์ของกฎหมายว่า คงเป็นเรื่องอยากแก้ปัญหาลิขสิทธิ์
แต่ประเทศนี้ก็มัวแต่สนใจและถนัดไปไล่บี้รายย่อย ไม่เห็นช่วยแก้โจทย์กลไกราคาเลย
5
girlfriday's picture
กฎหมายนี้บอกว่า จะขายหนังได้
- หนังนั้นๆ ต้องผ่านคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวิดีทัศน์
- คนที่จะขายหนังได้ ก็ต้องได้รับใบอนุญาต

แบบนี้ ผู้ค้ารายย่อยน่าจะหมดสิทธิ์ คนทำหนังอินดี้ก็คงไปขายแผ่นตามกิจกรรมต่างๆ ลำบาก
5
cocomi99's picture
แปลกจริงกับการใช้กฎหมาย
5
yingcheep's picture
ละอายจริงๆ ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
อยากรู้เดี๋ยวเล่าให้ฟังหลังไมค์ ว่ามันน่้าละอาจกว่าที่คิดนะ
5
ผมขอเสนอมุมมองอีกด้าน กรณีการบังคับใช้กฎหมาย
การณีอย่างนี้จะไม่เกิดกับผู้ค้าทั่วไป เนื่องจากว่าขณะจับกุมจะมีเจ้าหน้าที่ลิกขสิทธิ์กับตำรวจมาด้วยกัน เจ้าหน้าที่ลิกขสิทธิ์จะชี้ให้ตารวจจับกุมยึดสินค้า cd vcd dvd แผ่นที่ผิกกฎหมายที่จ้าหน้าที่ลิกขสิทธิ์ชี้ให้จับกุมเอาทั้งสินค้า และคนขายไปสถานนีตำรวจท้องที่ ก็จะเกิดการต่อรองเรียกเงินกัน ของจ้าหน้าที่ลิกขสิทธิ์หากต้องการยุติเรื่อง ซึ่งผู้ค้าทั่วไปที่ไม่ใช่รายใหญ่ต่างก็ต้องการยุตเรื่องด้วยการจ่ายเงินแล้วออกไปขายใหม่ ก็ต้องจ่าย

ในกรณีที่เป็นผู้ค้าที่มีแผงขายประจำ มักจะมีการจ่ายส่วยรายเืดือนให้........... เวลาจ้าหน้าที่ลิกขสิทธิ์จะให้ไปจับ (หลังจากข้บรถตรวจตระเวนหาแผงผู้ค้าและส่งคนลงไปล่อซื้อ ที่จริงผู้ค้าก็พอรู้เนื่องจากเป็นคนแปลกหน้าไม่ใช่ลูกค้าประจำ ) ก็จะโทรแจ้งให้ผู้ค้าที่จ่ายส่วยทราบก่อนไป

อีกกรณีจ้าหน้าที่ลิกขสิทธิ์ จะเรียกเงินกับผู้ค้าเองเลยต้องจ่ายเดือนละเท่าไรต่อรองตกลงกันได้ ถ้าตอลงกันไม่ได้ ผู้ค้าก็ต้งย้ายที่ขาย หรือเปลี่ยนวิธีการขาย บางรายสู้ไม่ไหว ก็เลิกขายไปเลยก็เป็นผลงานของเจ้าหน้าที่ลิกขสิทธิ์ และเป็นผลดีกับเจ้าของลิกขสิทธิ์

กรณีนี้ก็รองคิดคูเอาว่าทำไมถึงถูกจับดำเนินคดี การแก้กฎหมายแต่เพียงอย่างเดียวจะสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่
0
จะมีพ.ร.บ. ฉบับนี้ไปทำไมในเมื่อมีหรือไม่มีมันก็เหมือนๆกัน จะจัดเรตอย่างไรสุดท้ายมันก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อยู่แล้ว งี่เง่า งั้ง ภาพตัวแสดงสุบบุหรี่ ดื่มเหล้า แม้จะพยายามเลี่ยงแต่ก็ยังเสือกมีคำเตือน มีที่ไหนในโลกใบนี้เหมือนดั่งบ้านนี้เมืองนี้
0
เรื่องแผ่นผีแผ่นเถื่อน แม้บางแผ่นถูกต้องตามลิทสิทธิ์ แต่ถ้าเอามาวางขายไม่ว่าจะเก็บจากกองขยะหรือทางบ้านดูแล้วเบื่อเอามาวางขายแล้วถูกจับมีโทษทั้งจำทั้งปรับ ตำรวจชั่วพวกนี้ก็จับได้แต่คนจนๆหาเช้ากินค่ำนั่นแหละ ไอ้ที่เห็นๆกันอยู่ที่คลองถม พันธ์ทิพย์ ตะวันนา เคยย่างไปจัดการหรือไม่? ทุกเดือนไปรับอะไรมาจากแหล่งเหล่านี้ จะไปคาดหวังอะไรกับระบบเลวๆแบบนี้ แล้วก็ไม่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่ให้ความสนใจด้วย เรามาด่าส.ส.คอร์รัปชัน นั่นก็ถูกส่วนหนึ่งและพยายามแก้ไข แต่เราก็ไม่เคยออกมาจัดการกับตำรวจเลวพวกนี้ที่ตั้งด่านปล้นเขากินไถเขาแดกบนท้องถนนทุกพื้นที่ แม้จะไม่ใช่เรื่องเดียวกัน แต่เป้าหมายเหมือนกัน การจับรายเล็กรายน้อย(วางแผ่นขาย)คือรายได้เสริมนั่นเอง ถ้ามีเงินใต้โต๊ะ2000บาทอย่างที่เป็นข่าวมิใช่หรือ?
1
iLaw's picture
ตอนนี้ ความคืบหน้าที่จะกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการกำหนดเรทติ้งเกมออกมาแล้ว โดยจะแบ่งเรทติ้งออกเป็น 7 ประเภท คือ

1.วีดิทัศน์ที่เหมาะสมกับผู้เล่นทั่วไป
2.วีดิทัศน์ที่เหมาะสมกับผู้เล่นอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป
3.วีดิทัศน์ที่เหมาะสมกับผู้เล่นอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป
4.วีดิทัศน์ที่เหมาะสมกับผู้เล่นอายุตั้งแต่13 ปีขึ้นไป
5.วีดิทัศน์ที่เหมาะสมกับผู้เล่นอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
6.วีดิทัศน์ที่เหมาะสมกับผู้เล่นอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และ
7.วีดิทัศน์ที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร


ในกม.ฉบับนี้ "วิดีทัศน์" หมายถึงเกมและคาราโอเกะ

การกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์อนุญาตให้จำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น เกม คาราโอเกะ และภาพยนตร์ ล้วนอยู่ใน "พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ. 2551" แต่ตอนที่ออกกฎหมาย ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องเรทติ้งของเกมและคาราโอเกะ มีแต่รายละเอียดเรทติ้งของภาพยนตร์เท่านั้น

ทางกท.วัฒนธรรมจึงได้เสนอเรทติ้งวิดีทัศน์ทั้ง 7 ระดับไปให้กฤษฎีกาพิจารณาแล้ว และคาดว่าจะส่งเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และเข้าสู้สภาผู้แทนฯ เพื่อแก้ไขมาตรา 47 วรรคหนึ่ง

หากยังไม่ลืมข่าวคนเก็บขยะขายซีดีที่ถูกปรับเงินแสนตามกฎหมายนี้ ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ทั้งในและนอกวงการกฎหมาย หากกระแสดังกล่าวไม่ได้ถูกลืม ก็มีแนวโน้มที่กฎหมายนี้อาจจะถูกแก้ไขรวดเร็วขึ้น และหากเป็นแบบนั้น แน่นอนว่า มาตรา 47 ที่ว่าด้วยเรื่องเรทติ้งเกม ก็คงถูกเพิ่มเข้ามาในการแก้ไขนี้ด้วย

และหากมีการแก้ไขมาตรา 47 ว่าด้วยเกมและคาราโอเกะ ขั้นตอนต่อไปคือการออกกฎกระทรวงที่จะมากำหนดเงื่อนไข ที่ร้านค้าที่ประกอบการด้านเกมและคาราโอเกะในระดับต่างๆ ต้องปรับตัวตามกฎหมายต่อไป
0
สอบถามทาง ilaw เกี่ยวกับเรตเกมครับว่าออกมาตอนไหนเพราะผมเห็นข่าวนี้นานแล้วหลังจากไปค้นมา หรือเพิ่งออกครับ

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2552 นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างกฎหมายการกำหนดประเภทของเกม หรือเรตติ้ง เพื่อบรรจุลงในพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 ในมาตรา 47/1 ว่า ขณะนี้ร่างกฎหมายการกำหนดประเภทของเกมหรือเรตติ้ง ได้ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ซึ่งมีการปรับแก้ข้อความให้ชัดเจนมากขึ้นและประเภทของเรตติ้งใหม่ โดยมี 7 ประเภท ดังนี้ 1.เกมที่เหมาะสมกับผู้เล่นทุกวัย 2.เกมที่เหมาะสมกับผู้เล่นอายุ 3 ปีขึ้นไป 3.เกมที่เหมาะสมกับผู้เล่นอายุ 6 ปีขึ้นไป 4.เกมที่เหมาะสมกับผู้เล่นอายุ 13 ปีขึ้นไป 5.เกมที่เหมาะสมกับผู้เล่นอายุ 15 ปีขึ้นไป 6.เกมที่เหมาะสมกับผู้เล่นอายุ 20 ปีขึ้นไป และ 7.เกมที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักร

“หากผ่านความเห็นชอบจาก ครม.จะเข้าสู่กระบวนการนิติบัญญัติ เพื่อแก้ไขพ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ใน มาตรา 47/1 นอกจากนี้กระทรวงจะจัดทำร่างกฎกระทรวงเพื่อกำหนดรายละเอียดของเรตติ้ง เหมือนกับการจัดระดับความเหมาะสมของภาพยนตร์ อย่างไรก็ตามหากร่างกฎหมายการกำหนดประเภทของเกมมีผลบังคับใช้ จะมีการแบ่งประเภทผู้ประกอบธุรกิจเกม และประเภทของเกม เพื่อเป็นอีกมาตรการหนึ่งในการควบคุมเกมรุนแรงที่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ที่สำคัญยังเป็นการควบคุมระดับความรุนแรงของเกม อายุผู้เล่นได้ด้วย” นายธีระ กล่าว
0
ปัญหาหนังโรง..มันคุมได้ แต่หนังที่ออกแผ่นจะห้ามกันยังงัย เพราะสุดท้ายจะจัดเรทกันยังงัย สุดท้ายตอนออกแผ่นก้อดูได้อยู่ดี ถ้าแก้จุดนี้ได้ ผมว่าการเซนเซอร์ก้อคงจะไม่มีปัญหา รวมทั้งการจัด เรท 18+ ส่วนหนังโรงมันอยู่ที่คน หนังแค่เป็นสื่อกลางในการสร้างบุคลิกที่โดนใจหรือตรงความรู้สึกของผู้ดู จนทำให้อินตาม ถ้าจะทำกันก้อปรับให้หนักไปเลย สักแสน หรือ ครึ่งล้านถ้ามีการฝ่าฝืน
0

ผมว่าัปัญหาคือการแจ้ง และเข้มงวดของภาครัฐในการจัดเรต กรณีหนังแผ่น หรือแม้แต่โรงหนังชั้นสองเท่าที่ผมเห็นมา เขายังไม่ค่อยทราบเลยครับว่ามีการจัดเรตให้หนังแผ่น แล้วต้องตรวจบัตร ส่วนหนึ่งเพราะหนังเรต ฉ 20- ซึ่งภาครัฐบังคับให้ตรวจบัตรมันน้อยมาก

0