ร่วมลงชื่อ สนับสนุนการลงนามอนุสัญญาป้องกันคนหาย

ร่วมลงชื่อ สนับสนุนการลงนามอนุสัญญาป้องกันคนหาย

เมื่อ 23 พ.ย. 2552
  1. คิด
  2. ออกแบบ
  3. ลงนาม

หลักการ

ไฟล์แนบขนาดไฟล์
Enforce disappearance signing.pdf464 KB

 

ที่มาภาพ tillwe 

เมื่อเกิดกรณีบุคคลที่อยู่ในความขัดแย้งหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หรือสันนิษฐานว่าถูก “อุ้ม” นั้น มักจะไม่ค่อยปรากฏว่าผู้กระทำความผิดถูกจับตัวมาลงโทษ สาเหตุหนึ่งก็เพราะว่า ไม่มีหลักฐานมาเพียงพอที่จะเอาผิดกับผู้ใดได้ และถึงแม้ว่าจะสามารถโยงใยถึงผู้ที่เกี่ยวข้องได้บ้างแต่ก็ติดปัญหาข้อกฎหมายในการดำเนินคดี 

เพราะเมื่อไม่มีศพ ก็แจ้งข้อหาฆ่าคนตายได้ลำบาก
 
ปัจจุบันกฎหมายของประเทศไทยยังไม่มีความผิดฐานบังคับบุคคลให้สูญหาย แต่ในระดับสากลมีกฎหมายระหว่างประเทศวางหลักการเหล่านี้อยู่ คือ อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการถูกบังคับให้หายสาบสูญ ซึ่งมีหลักการที่น่าสนใจดังนี้
 
  • บุคคลใดๆ จะถูกบังคับให้หายสาบสูญมิได้ ไม่มีข้อยกเว้นแม้ในภาวะสงคราม ความไม่มั่นคงทางการเมือง หรือสถานการณ์ฉุกเฉินใดๆ (ข้อ1.)
  • รัฐภาคีจะต้องประกันว่าการบังคับให้บุคคลหายสาบสูญเป็นความผิดอาญาตามกฎหมายของประเทศตน (ข้อ 4.)
  • ต้องให้มีความรับผิดทางอาญารวมถึง ผู้สั่งการ ร้องขอ หรือสมรู้ร่วมคิดในการบังคับให้บุคคลสูญหาย ผู้บังคับบัญชาที่ทำเป็นไม่รู้ข้อมูลที่ชี้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชาบังคับให้บุคคลสูญหาย (ข้อ 6.)
  • ผู้ร้องเรียนว่ามีการบังคับให้บุคคลหายสาบสูญต้องได้รับการป้องกันจากการข่มขู่คุกคามอันเนื่องมาจากการร้องเรียน บุคคลที่ถูกร้องเรียนต้องไม่อยู่ในฐานะที่มีอิทธิพลมาขัดขวางการสืบสวนสอบสวนหรือข่มขู่คุกคามผู้ร้องเรียน พยาน หรือญาติของผู้หายสบสูญได้ (ข้อ 12.)
  • ผู้ตกเป็นเหยื่อมีสิทธิในการรับรู้ความจริงอันเกี่ยวข้องกับสภาพการณ์ของการบังคับให้บุคคลสูญหาย ความคืบหน้าและผลของการสืบสวนสอบสวน และชะตากรรมของบุคคลที่หาย (ข้อ24.)
น่าเสียดายที่ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้ลงนามเข้าเป็นรัฐภาคีแห่งอนุสัญญาฉบับนี้ ถ้าหากประเทศไทยลงนามแล้ว จะมีผลให้รัฐบาลไทยมีหน้าที่ต้องออกกฎหมายระดับพระราชบัญญัติที่มีเนื้อหาเช่นเดียวกันมารองรับหลักการดังกล่าว
 
คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ จึงเคลื่อนไหวโดยการระดมรายชื่อจากประชาชนทั่วไปผู้มีความคิดเห็นตรงกันเพื่อร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ลงนามเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญาระหว่างประเทศฉบับดังกล่าว โดยตั้งเป้าว่าจะนำรายชื่อทั้งหมดไปยื่นต่อรัฐบาลในวันที่ 12 มีนาคม 2553 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 6 ปี การหายตัวไปของทนายสมชาย นีละไพจิตร
 
อนึ่ง การระดมรายชื่อครั้งนี้ไม่ใช่การเข้าชื่อกันให้ครบหนึ่งหมื่นชิ่อเพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติให้รัฐสภาพิจารณา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 163 แต่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ประชาชนสามารถแสดงออกทางความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในกระบวนการออกกฎหมายตามระบอบประชาธิปไตยได้


อ่านเนื้อหาอนุสัญญาได้ที่ หนังสือ การสูญหายของบุคคลหรือการสูญหายของความยุติธรรม (The Disappearance of Persons is The Disappearance of Justice)

 

คุณสามารถมีส่วนร่วมได้
ขั้นตอนและวิธี
1. ดาวน์โหลดแบบฟอร์มลงชื่อสนับสนุนให้รัฐบาลร่วมลงนามเข้าเป็นภาคี
    ในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลจากการถูกบังคับให้หายสาบสูญ
2. ลงนามในแบบฟอร์ม
3. พับตามรอยปะ ติดแสตมป์ และส่งตู้ไปรษณีย์ 
 
 
 

Comments

Post new comment

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
CAPTCHA
This question is for testing whether you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.
Image CAPTCHA
Enter the characters shown in the image.